สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ตามรายงานของ API เพิ่มขึ้น 9.072 ล้านบาร์เรล สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 7 สิงหาคม เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 0.5 ล้านบาร์เรล
รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ มากกว่าที่คาดในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลของ API ถูกจับตาเพื่อหา “สัญญาณ” อุปสงค์-อุปทานระยะสั้น ก่อนการประกาศตัวเลขสต็อกอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ
การเพิ่มขึ้นแบบไม่เคยเกิดขึ้นส่งสัญญาณอุปสงค์อ่อนแรงและความเสี่ยงด้านราคา
เรากำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบครั้งใหญ่เกินคาด 9.072 ล้านบาร์เรล ซึ่งหักล้างฉันทามติที่คาดว่าจะลดลง 0.5 ล้านบาร์เรลอย่างสิ้นเชิง ส่วนเกินที่น่าประหลาดใจนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปลายของฤดูกาลขับรถท่องเที่ยวหน้าร้อนที่เป็นช่วงพีก สะท้อนอย่างชัดเจนว่าอุปสงค์ภายในประเทศกำลังชะลอตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้ ตามสถิติที่ผ่านมา การเพิ่มขึ้นของสต็อกในเดือนสิงหาคมระดับนี้มักกดดันให้ราคาน้ำมัน West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวลงอย่างรุนแรง
กลยุทธ์การเทรดระยะสั้นและแนวโน้มตลาด
เราแนะนำให้นักเทรดอนุพันธ์ปรับพอร์ตเพื่อรับความเสี่ยงขาลงระยะใกล้ทันที ด้วยการซื้อออปชัน Put แบบนอกเงิน (out-of-the-money) บนสัญญา WTI เดือนใกล้สุด (front-month) โดยในอดีต เมื่อสต็อกจริงออกมาสูงเกินคาดมากในระดับนี้ ราคาน้ำมันดิบมักปรับลดลงราว 3% ถึง 5% ภายในสองสัปดาห์ถัดมา ขณะที่ตลาดกายภาพทยอยปรับสมดุล การเปิดสถานะชอร์ตในฟิวเจอร์ส หรือใช้กลยุทธ์ Bear Put Spread จะช่วยให้เราสามารถเกาะกระแสโมเมนตัมขาลงได้ ขณะตลาดกำลังย่อยตัวเลข EIA อย่างเป็นทางการที่จะประกาศตามมา
เรายังคาดว่าความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ในออปชันกลุ่มพลังงานจะพุ่งขึ้น ทำให้กลยุทธ์ขายพรีเมียม เช่น Bear Call Spread มีความน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้เล่นควรติดตามสเปรดแครก (crack spreads) ระหว่างน้ำมันดิบกับผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด เพราะสต็อกน้ำมันดิบที่สูงประกอบกับการใช้กำลังการกลั่นที่เริ่มชะงัก มักบีบให้มาร์จิ้นโรงกลั่นแคบลง เราควรพิจารณาชอร์ตฟิวเจอร์สน้ำมันเบนซินควบคู่กับน้ำมันดิบ เนื่องจากฝั่งอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์กำลังอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราต้องจับตาว่าการเพิ่มขึ้นของสต็อกครั้งนี้จะพัฒนาไปเป็นแนวโน้มเชิงโครงสร้าง หรือเป็นเพียงคอขวดด้านการขนส่งชั่วคราว หากรายงานถัด ๆ ไปยืนยันภาวะอุปทานล้นตลาดขนาดใหญ่นี้ WTI มีโอกาสหลุดระดับแนวรับสำคัญ และอาจทดสอบบริเวณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ เราต้องคงความคล่องตัวและตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss) ให้กระชับ เพราะความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอย่างฉับพลันอาจทำให้การปรับลงที่ขับเคลื่อนด้วยสต็อกกลับทิศได้อย่างรวดเร็ว
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets