This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

สรุปภาพรวมเดือนพฤศจิกายน / มุมมองเดือนธันวาคม 2568

by VT Markets
/
Aug 12, 2026

ต้นเดือนพฤศจิกายน ตลาดถูกกดดันจากความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐฯ อาจ “ปิดหน่วยงานรัฐ” (government shutdown: หน่วยงานรัฐหยุดทำงานชั่วคราวเพราะงบประมาณไม่ผ่าน) ทำให้ตลาดผันผวนและข้อมูลเศรษฐกิจออกมาสะดุด เมื่อขาดข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed: ผู้กำหนดดอกเบี้ยและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ) จึงมีข้อมูลไม่พอสำหรับตัดสินใจนโยบายในช่วงสำคัญ

ท้ายที่สุดสถานการณ์คลี่คลาย แม้เป็นเพียงชั่วคราว ช่วยให้สินทรัพย์เสี่ยง (risk assets: หุ้นและสินทรัพย์ที่ราคาขึ้นลงแรงตามความเสี่ยง) คลายกังวล อีกด้านหนึ่ง การกลับมาประกาศข้อมูลเศรษฐกิจทำให้ทั้งผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุน “มองภาพได้ชัดขึ้น” เมื่อเห็นแนวโน้มการเติบโต เงินเฟ้อ และสภาพการเงิน (monetary conditions: ระดับดอกเบี้ย สภาพคล่อง และเงื่อนไขการกู้ยืม) ผู้เล่นตลาดจึงกล้าตัดสินใจมากขึ้น ช่วยให้บรรยากาศตลาดนิ่งลงและดีขึ้น

ประเด็นมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (mega-cap tech: บริษัทเทคโนโลยีมูลค่าตลาดสูงมาก) ถูกพูดถึงมากขึ้น โดยตลาดตั้งคำถามว่ากำลังเกิด “ฟองสบู่สินทรัพย์จาก AI” (asset bubble: ราคาพุ่งเกินพื้นฐานจากความคาดหวัง)

Nvidia ช่วยลดความกังวลด้วยการ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่ง พร้อมคาดการณ์ไตรมาส 4 ดีต่อเนื่อง ตลาดมองว่าผลลัพธ์นี้ยืนยัน “วัฏจักรลงทุนด้าน AI” (AI-CapEx cycle: รอบการทุ่มงบลงทุนของบริษัทเพื่อโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น ชิป เซิร์ฟเวอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์)

แม้ดัชนีหุ้นส่วนใหญ่จะอ่อนแรงในช่วงต้นเดือน แต่ปัจจัยนี้ช่วยหนุนการฟื้นตัวในวงกว้าง โดย S&P 500 ฟื้นกลับจากการปรับลง และกลับมาใกล้จุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ภาพรวมยังท้าทาย ค่าจ้างเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่เงินเฟ้อชะลอลงต่อเนื่อง แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่งเริ่มทรงตัว

คาดการณ์กำไรของหุ้นขนาดใหญ่มากยังสูง ทำให้ “พลาดเป้า” ได้ง่าย ข้อพิพาทเรื่องงบประมาณที่เสี่ยงนำไปสู่การปิดหน่วยงานรัฐจะกลับมาอีกครั้งปลายเดือนมกราคม และ Fed ยังต้องเดินเกมอย่างระมัดระวังในการกำหนดทิศทางนโยบายต่อจากนี้

เจาะลึกตลาด

ฟอเร็กซ์

ตลาดเงินพฤศจิกายนถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังดอกเบี้ยที่เปลี่ยนไป ความคืบหน้านโยบายการคลัง (fiscal: มาตรการงบประมาณ ภาษี และการใช้จ่ายรัฐ) และท่าทีธนาคารกลางที่ต่างกัน

เงินเฟ้อที่ชะลอลงและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ลดลง ทำให้ตลาดเพิ่มโอกาสที่ Fed จะ “ลดดอกเบี้ย” ได้เร็ว แม้บางช่วงเงินดอลลาร์ได้แรงหนุนจากบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven: เงินที่คนถือเมื่ออยากลดความเสี่ยง) แต่ภาพใหญ่คือวัฏจักร “ขึ้นดอกเบี้ย” ของสหรัฐฯ น่าจบแล้ว ส่งผลให้แรงจูงใจถือดอลลาร์เพื่อกินส่วนต่างดอกเบี้ย (carry: ผลตอบแทนจากการถือสกุลเงินดอกเบี้ยสูง) ลดลง

เงินปอนด์ (GBP) เคลื่อนไหวตามข่าวการคลัง:

  • งบประมาณฤดูใบไม้ร่วงของสหราชอาณาจักรส่งสัญญาณ กระตุ้นการเติบโต + ปรับภาษีบางส่วน
  • ช่วยพยุงเงินปอนด์เล็กน้อย แต่กรอบขึ้นจำกัดจากผลิตภาพที่อ่อนแอ (productivity: ประสิทธิภาพการผลิตต่อแรงงาน/เวลา) และความลังเลของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ต่อการลดดอกเบี้ย

เงินเยน (JPY) ถูกกดดัน:

  • ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คงนโยบายผ่อนคลายมาก (ultra-accommodative: ดอกเบี้ยต่ำมากและอัดฉีดสภาพคล่อง)
  • เยนอ่อนค่าเมื่อส่วนต่างผลตอบแทน (yield differentials: ช่องว่างดอกเบี้ย/ผลตอบแทนระหว่างประเทศ) กว้างขึ้น
  • ตลาดเริ่มคาดการณ์การแทรกแซงค่าเงิน (intervention: รัฐ/ธนาคารกลางซื้อขายเงินเพื่อพยุงค่าเงิน) แต่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงช่วยชะลอการอ่อนค่า
#image_title

รูปที่ 1: กราฟ USDJPY รายเดือน เข้าใกล้แนวต้านระยะยาวตั้งแต่ทศวรรษ 1980 (แนวต้าน: ระดับราคาที่มักมีแรงขายกดไว้)

ทองคำและเงิน

ทองคำและเงินแข็งแกร่งในเดือนพฤศจิกายน เมื่อภาพเศรษฐกิจมหภาค (macro: ภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ การเติบโต) เปลี่ยนไปจนดันนักลงทุนเข้าหาโลหะมีค่า ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงและความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed หนุนทั้งสองสินทรัพย์

เมื่อผลตอบแทนที่แท้จริงลดลง (real yields: ผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อ) และดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำขยับขึ้นต่อเนื่องตามบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัย

เงินปรับขึ้นเช่นกันแต่ผันผวนมากกว่า แม้ ได้แรงหนุนจากปัจจัยมหภาคเหมือนกัน แต่เงินเป็นทั้งโลหะมีค่าและโลหะอุตสาหกรรม ทำให้ไวต่อสัญญาณภาคการผลิต (manufacturing indicators: ตัวเลขสะท้อนกิจกรรมการผลิต)

มุมมองต่อความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมที่ดีขึ้น โดยเฉพาะโซลาร์และอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้เงินปิดเดือนแข็งแกร่งและกลับเข้าใกล้จุดสูงสุดเดิม

รูปที่ 2: กราฟราคาเงิน 4 ชั่วโมง ปิดเดือนแข็งแกร่งใกล้โซนจุดสูงสุดเดิม

น้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบอ่อนลงเล็กน้อยในเดือนพฤศจิกายน จากอุปทานที่ยังมากและอุปสงค์ที่ชะลอ

สัญญาณการเติบโตโลกอ่อนลง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI: แบบสำรวจที่บอกว่ากิจกรรมโรงงานขยายตัวหรือหดตัว) ในสหรัฐฯ ยุโรป และบางส่วนของเอเชีย สะท้อนกิจกรรมที่ชะลอก่อนสิ้นปี

ฝั่งอุปทาน สมาชิกบางประเทศใน OPEC+ ผลิตเกินโควตาแบบเงียบ ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ท่ามกลางแรงกดดันงบประมาณในประเทศ ทำให้มีน้ำมันออกสู่ตลาดมากกว่าคาด

ขณะเดียวกัน การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดานของสหรัฐฯ (shale: แหล่งน้ำมัน/ก๊าซจากหินดินดาน) ยังสูง จากประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและการทำประกันความเสี่ยง (hedging: ล็อกราคา/ลดความเสี่ยงด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ทำให้แท่นขุดยังเดินหน้าต่อแม้ราคาจะอ่อนลง

รูปที่ 3: กราฟน้ำมัน 4 ชั่วโมง แรงกดลงค่อย ๆ ต่อเนื่องตลอดเดือนพฤศจิกายน

ดัชนีหุ้น

เดือนพฤศจิกายนตลาดหุ้นโลกผันผวนสูง เริ่มเดือนด้วยการปรับลงแรง จากความกังวลว่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ปรับขึ้นมามากเกินไป (overextended: ราคาวิ่งไกลเกินจังหวะปกติ เสี่ยงย่อตัว)

ความไม่แน่นอนเรื่องการปิดหน่วยงานรัฐสหรัฐฯ ยังทำให้ตลาดมองข้อมูลได้ไม่ชัด และกดดันความต้องการรับความเสี่ยง (risk appetite: ความพร้อมจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง)

กลางเดือนบรรยากาศเริ่มดีขึ้นจาก 2 ปัจจัยสำคัญ อย่างแรกคือการยุติภาวะปิดหน่วยงานรัฐ ช่วยเรียกความเชื่อมั่นและทำให้นักลงทุนกลับมาประเมินข้อมูลเศรษฐกิจใหม่ได้

อย่างที่สอง Nvidia รายงานกำไรโดดเด่น หนุนความเชื่อมั่นต่อวัฏจักรลงทุนด้าน AI และพลิกแรงขายหุ้นเทคช่วงต้นเดือน ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้ดัชนีโลกทรงตัวและเกิดแรงซื้อคลายกังวล (relief rally: ดีดขึ้นหลังความเสี่ยงบางอย่างคลี่คลาย)

รูปที่ 4: กราฟ SPX 4 ชั่วโมง ถูกกดดันช่วงต้นเดือน ก่อนฟื้นตัวกลางเดือน

คริปโต

บิตคอยน์ปรับลงแรงในเดือนพฤศจิกายน จากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค กฎเกณฑ์ และโครงสร้างตลาดที่กดดันพร้อมกัน เดือนเริ่มต้นด้วยภาวะ “ลดความเสี่ยง” (risk-off: นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงไปถือเงิน/ของปลอดภัย) เมื่อหุ้นเทคที่ขึ้นแรงเริ่มย่อตัว ทำให้สินทรัพย์เก็งกำไรปรับลงตาม จนเดือนพฤศจิกายนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเดือนที่อ่อนแอที่สุดของปี 2025 สำหรับ BTC

ความกังวลเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้น และสภาพคล่องที่ตึงตัว (tightening liquidity: เงินในระบบลดลง ทำให้ซื้อขายยากและต้นทุนการเงินสูงขึ้น) ทำให้นักลงทุนหันไปถือเงินสดและพันธบัตรอายุสั้น (short-duration bonds: พันธบัตรที่ครบกำหนดเร็ว ความเสี่ยงดอกเบี้ยน้อยกว่า) ส่งผลให้ความต้องการสินทรัพย์ผันผวนสูงอย่างบิตคอยน์ลดลง

แรงกดดันด้านกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้น เมื่อหลายประเทศส่งสัญญาณคุมเข้มทุนสำรองของสเตเบิลคอยน์ (stablecoin reserves: เงิน/สินทรัพย์ที่ผู้ออกเหรียญกันไว้เพื่อค้ำมูลค่า) และแพลตฟอร์มนอกประเทศ (offshore exchanges: กระดานซื้อขายที่จดทะเบียนนอกประเทศของผู้ใช้)

พร้อมกันนั้น กลุ่มนักขุดบิตคอยน์ (miners: ผู้ดำเนินการเครื่องคำนวณเพื่อยืนยันธุรกรรมและได้รางวัลเป็นเหรียญ) เพิ่มการขายเพื่อชดเชยต้นทุนพลังงานและต้นทุนเงินกู้ที่สูงขึ้น กดราคาลงต่อ

กระแสในโซเชียลมีเดียหันลบอย่างรวดเร็ว ซ้ำเติมแรงขาย ทำให้พฤศจิกายนเป็นหนึ่งในเดือนที่ผลตอบแทนแย่ของบิตคอยน์ในปีนี้

รูปที่ 5: กราฟบิตคอยน์ 4 ชั่วโมง แสดงแรงขายชัดเจนในเดือนพฤศจิกายน

มุมมองสู่เดือนธันวาคม

เข้าสู่เดือนธันวาคม ทิศทางตลาดยังขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะทยอยออกมาและความคาดหวังดอกเบี้ยที่เปลี่ยนเร็ว การกลับมาของข้อมูลช่วยให้ทั้ง Fed และนักลงทุนยืนบนข้อมูลที่ชัดขึ้น แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ

โอกาสลดดอกเบี้ยเร็ว เงินเฟ้อที่เริ่มนิ่ง และกำไรกลุ่ม AI ที่แข็งแกร่งเป็นแรงหนุน แต่สัญญาณการเติบโตที่อ่อนลง และความเสี่ยงปิดหน่วยงานรัฐอีกครั้งในเดือนมกราคมยังเป็นปัจจัยกดดัน

ในสภาพแวดล้อมนี้ ผู้ลงทุนควรปรับตัวให้ไว เดือนธันวาคมมักมีสภาพคล่องบาง (thinner liquidity: ปริมาณซื้อขายน้อย ทำให้ราคาแกว่งแรง) และตลาดตอบสนองต่อข่าวเร็ว

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code