ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการกำกับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (CFTC) ระบุว่า สถานะสุทธิ (net positions) ใน S&P 500 NC ขยับลงไปในแดนลบมากขึ้น จาก -$17.2K ในงวดก่อนหน้า เป็น -$27.3K การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนการขยายตัวของสถานะ “ขายสุทธิ” (net short) เมื่อเทียบกับการอ่านค่าครั้งก่อน
ตัวเลขล่าสุดนับเป็นการทรุดลง $10.1K จากระดับเดิม ส่งผลให้สถานะสุทธิดำดิ่งสู่จุดติดลบมากที่สุดในช่วงเปรียบเทียบที่ให้มา โดยการอัปเดตครั้งนี้สะท้อนยอดคงเหลือ “ขายสุทธิ” ใน S&P 500 NC ที่มากขึ้น ตามรายงานของ CFTC
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมุมมองตลาดและนัยต่อการลงทุน
เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมุมมองตลาด เมื่อกลุ่มนักเก็งกำไรรายใหญ่ปรับเพิ่มสถานะขายสุทธิใน S&P 500 ลงไปที่ -27.3K จาก -17.2K การลงลึกในแดนลบนี้ชี้ว่า ผู้เล่นสถาบันขนาดใหญ่กำลังป้องกันความเสี่ยงเชิงรุกต่อความเป็นไปได้ที่ตลาดจะปรับลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ เรามองว่านี่เป็นสัญญาณชัดเจนให้หลีกเลี่ยงการเปิดเดิมพันฝั่งขาขึ้นแบบเชิงรุกในระยะสั้น
กลยุทธ์เชิงรับและบริบททางประวัติศาสตร์
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราควรให้น้ำหนักกับกลยุทธ์ออปชันเชิงรับ เช่น การซื้อพุทเพื่อคุ้มครองพอร์ต (protective puts) หรือจัดโครงสร้างแบบแบร์พุทสเปรด (bear put spreads) เพื่อปกป้องพอร์ตการลงทุน ขณะเดียวกัน ต้องเตรียมรับมือการรีบาวด์รุนแรงแบบฉับพลันที่อาจเกิดจากชอร์ตสควีซ (short squeeze) หากมีข่าวบวกที่ไม่คาดคิดกระทบตลาด การใช้ออปชันคอลระยะสั้นในจังหวะที่ตลาดย่อลงแรง จะช่วยให้เราเก็บกำไรจากการเด้งกลับระยะสั้นได้ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงมากเกินไป
ในเชิงประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ที่สถานะสุทธิลดลงอย่างรวดเร็วในลักษณะใกล้เคียงกัน มักกระตุ้นให้ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) พุ่งขึ้นราว 15% ถึง 20% จากแรงกังวลที่เข้าสู่ตลาด ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อแรงมุมมองฝั่งขายเพิ่มขึ้น S&P 500 มักเผชิญการย่อตัวระยะสั้นราว 3% ถึง 5% ก่อนกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัว เราสามารถใช้ค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์เหล่านี้เพื่อจับจังหวะเข้าซื้อ และช่วยให้มั่นใจว่าเราไม่จ่ายค่าเบี้ยประกันออปชัน (options premiums) แพงเกินไป
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets