บทวิเคราะห์แย้งว่าเทรดเดอร์ควรเตรียมหลายกลยุทธ์ก่อนเข้าทำรายการ และหลีกเลี่ยงการพึ่งพาแนวทางเดียวที่เรียบง่าย โดยระบุว่าเมื่อหลายกลยุทธ์ “สอดคล้องกัน” สัญญาณการตั้งค่าดีลจะชัดเจนขึ้น และช่วยวางกรอบการตัดสินใจเกี่ยวกับมุมมอง EUR/USD
นอกจากนี้ยังชี้ว่าไม่มีผู้ให้บริการข้อมูล/บริการตลาดรายใดที่สามารถคาดการณ์ตลาดได้แม่นยำ 100% โดยสถิติที่อ้างถึงอย่างชัดเจนมีเพียง “100%” เพื่อย้ำประเด็นเรื่องความแน่นอนว่าจะถูกมากกว่าผิด ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าการคาดการณ์ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป
การสร้างจุดเข้าเทรด EUR/USD ที่มีความน่าจะเป็นสูง
ขณะนี้เรากำลังเตรียมรับการปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญของคู่เงิน EUR/USD ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่เราแนะนำว่าไม่ควรเข้าดีลจากสัญญาณเพียงตัวเดียว เพื่อสร้างการตั้งค่าที่มีความน่าเชื่อถือสูง เราต้องทำให้หลายกลยุทธ์การเทรดสอดคล้องกัน ทั้งตัวชี้วัดตามแนวโน้ม (trend-following indicators) โซนแนวรับ-แนวต้าน (support-resistance zones) และตัวชี้วัดด้านอารมณ์ตลาด (sentiment metrics) การรอให้เครื่องมือวิเคราะห์เหล่านี้ให้สัญญาณไปในทิศทางเดียวกัน จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างมาก
มุมมองเชิงลบ (bearish) ของเราได้รับแรงหนุนอย่างมากจากข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปที่อ่อนแอ โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตของเยอรมนีดิ่งลึกเข้าสู่โซนหดตัวที่ 43.2 ขณะที่เงินเฟ้อยูโรโซนชะลอลงเร็วกว่าคาดสู่ 2.1% ตัวเลขที่อ่อนแอเหล่านี้เพิ่มความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก ซึ่งในเชิงประวัติศาสตร์มักกดดันให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
รูปแบบในอดีต การเข้าทำรายการ และการบริหารความเสี่ยง
เมื่อย้อนดูวัฏจักรการลดดอกเบี้ยในอดีต ทุกครั้งที่ส่วนต่างผลตอบแทน (yield spread) ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries) กับพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี (German Bunds) ขยายกว้างเกิน 1.8% คู่เงิน EUR/USD โดยทั่วไปมักปรับลง 3% ถึง 5% ภายในหนึ่งเดือน เราคาดว่ารูปแบบดังกล่าวมีแนวโน้มเกิดซ้ำอีกครั้ง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับยุโรป นักเทรดอนุพันธ์สามารถใช้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้ได้ด้วยการเล็งเปิดสถานะชอร์ตในสัญญาฟิวเจอร์ส หรือซื้อพุทออปชันนอกเงิน (out-of-the-money put options) เพื่อเก็บกำไรจากการปรับตัวลง
เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เราแนะนำให้รอการยืนยันด้วย “ราคาปิดรายวัน” ต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญที่ 1.0800 ก่อนจึงค่อยเข้าทำรายการ การผสานสัญญาณหลุดแนวรับดังกล่าวกับสัญญาณตัดลง (bearish crossover) ของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่รายวัน จะเป็นทริกเกอร์ที่มีความน่าจะเป็นสูงตามที่ต้องการ การใช้กลยุทธ์แบบซ้อนชั้นเช่นนี้ช่วยให้ตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss) ได้แคบขึ้น ขณะเดียวกันยังคงวางตำแหน่งเพื่อคาดหวังการปรับลงไปหาโซน 1.0550 ได้
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets