หุ้นสหรัฐปรับขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.66% และ Nasdaq พุ่ง 2.78% จากแรงหนุนของหุ้นเทคโนโลยี ไมโครซอฟท์พุ่งขึ้นมากกว่า 15% เพิ่มมูลค่าตลาดเกือบ 4.5 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด หลังผลการดำเนินงานด้านคลาวด์และแนวโน้ม (guidance) ออกมาแข็งแกร่ง ส่งสัญญาณว่าการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จำนวนมากเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นผลตอบแทน; บริษัทยังคาดการณ์การเติบโตของ Azure ราว 45% ในสกุลเงินคงที่ (constant currency) สำหรับไตรมาสแรกของปีงบการเงิน ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีขยับเข้าใกล้ 5.24% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ตอกย้ำว่าตลาดตราสารหนี้ยังให้น้ำหนักกับความยืดเยื้อของเงินเฟ้อ ความต้องการเงินทุนที่อยู่ในระดับสูง และ term premia ที่เพิ่มขึ้น แม้การประเมินมูลค่าหุ้นจะเอนเอียงไปทางแนวคิดว่ากำไรจะยังยืดหยุ่นได้จากผลิตภาพ (productivity) ที่ดีขึ้น
สัญญาณนโยบายและข้อมูลเศรษฐกิจผสมผสาน
นโยบายและข้อมูลเศรษฐกิจส่งสัญญาณคละเคล้า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อวันที่ 29 ก.ค. คงกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (federal funds) ไว้ที่ 3.50%–3.75% ด้วยมติ 9–3 โดยมีเจ้าหน้าที่ 3 รายสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดเบส (bps) พร้อมย้ำเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ข้อมูลเดือนมิ.ย. ระบุว่า PCE ลดลง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่ core PCE เพิ่มขึ้น 0.1%; เมื่อเทียบรายปี PCE ทั่วไปชะลอลงสู่ 3.7% และ core ชะลอลงสู่ 3.3% ส่วน GDP ไตรมาส 2 โตชะลอลงสู่ 1.5% (annualised) จาก 2.1% อย่างไรก็ดี ยอดขายขั้นสุดท้ายที่แท้จริงแก่ผู้ซื้อภาคเอกชนในประเทศ (real final sales to private domestic purchasers) เร่งขึ้นสู่ 3.9% จาก 1.7% ทำให้ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยซับซ้อนขึ้น ในจังหวะที่อัตราผลตอบแทนระยะยาวปรับตัวใหม่และรีเซ็ต “ต้นทุนเงินทุน” (cost of capital) ขึ้นไปอีกระดับ
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets