ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ระบุว่า ปริมาณก๊าซธรรมชาติในคลังสำรองของสหรัฐเปลี่ยนแปลง 28B ในรอบสัปดาห์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 35B ตามรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ก.ค. โดยตัวเลขที่ต่ำกว่าคาดสะท้อนการเพิ่มขึ้นของสต็อกที่น้อยกว่าที่ประเมินไว้เมื่อเทียบกับประมาณการ
สัญญาณขาขึ้นจากการอัดฉีดเข้าคลังสำรองต่ำกว่าคาด
เรามองเห็นสัญญาณเชิงบวก (ขาขึ้น) ชัดเจน เนื่องจากรายงานล่าสุดของ EIA แสดงการอัดฉีดก๊าซธรรมชาติเข้าคลังสำรองเพียง 28 พันล้านลูกบาศก์ฟุต (Bcf) ต่ำกว่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 35 Bcf การอัดฉีดที่ต่ำกว่าคาดบ่งชี้ว่าอุปทาน-อุปสงค์ตึงตัวมากขึ้น โดยน่าจะถูกขับเคลื่อนจากการใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า (power burn) ที่สูง จากคลื่นความร้อนช่วงฤดูร้อนที่รุนแรงทั่วประเทศ ในอดีต เมื่อการเพิ่มสต็อกช่วงปลายเดือนก.ค.ออกมาต่ำกว่าคาด ราคาฟิวเจอร์สระยะสั้นมักเผชิญแรงหนุนขาขึ้นทันที เนื่องจากตลาดเริ่มสะท้อน “กันชน” สำหรับฤดูหนาวที่บางลง
กลยุทธ์การเทรดท่ามกลางสมดุลตลาดที่ตึงตัว
เพื่อใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เราแนะนำให้นักเทรดอนุพันธ์เข้าซื้อออปชันคอล (call options) ของก๊าซธรรมชาติ Henry Hub ใกล้เดือนส่งมอบ หรือเปิดสถานะ Long ในสัญญาเดือนก.ย. เนื่องจากความร้อนในเดือนส.ค.มักคงแรงหนุนต่อความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศ ราคาสัญญาเดือนใกล้ (prompt-month) จึงมีความอ่อนไหวสูงต่อภาวะสต็อกต่ำกว่าคาด ลักษณะการขาดดุลสต็อกในอดีตช่วงตลาดฤดูร้อนที่ตึงตัว เคยผลักดันให้ราคาสัญญาเดือนใกล้ปรับขึ้น 5% ถึง 10% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์หลังการประกาศ
นอกจากนี้ ควรโฟกัสการทำคาเลนดาร์สเปรด (calendar spreads) โดยเฉพาะสเปรดช่วงต.ค.-ม.ค. เนื่องจากพรีเมียมความเสี่ยงฤดูหนาวเริ่มถูกนำมาคำนวณราคาเร็วกว่าปกติ หากการผลิตก๊าซแห้ง (dry gas) ของสหรัฐทรงตัวและไม่สามารถชดเชยอัตราการอัดฉีดที่ต่ำลง ช่องว่างระหว่างสต็อกปัจจุบันกับค่าเฉลี่ย 5 ปีจะยิ่งกว้างขึ้น การติดตามข้อมูลการใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้ารายวัน และกระแสก๊าซป้อนเข้าเพื่อส่งออก LNG (feed gas flows) จะมีความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง ขณะเราวางสถานะเพื่อรับโอกาสการปรับขึ้นช่วงปลายฤดูร้อน (late-summer rally)
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets