หุ้นสหรัฐฯ ขยายการพักฐานระยะสั้นต่อเนื่องเข้าสู่วันศุกร์ โดยดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.05% หลังจากร่วงลง 1.2% ในวันพฤหัสบดี ขณะที่การซื้อขายผันผวนสลับขึ้นลง ตลาดอยู่ในช่วงย่อยข้อมูลผลประกอบการของ Alphabet และ Tesla ราคาน้ำมันที่แข็งขึ้น และความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เพิ่มสูงขึ้น ความสนใจของตลาดหันไปที่ปฏิทินประกาศผลประกอบการที่แน่นในสัปดาห์นี้ โดย Microsoft และ Meta Platforms มีกำหนดรายงานในวันพุธ ตามด้วย Apple และ Amazon ในวันพฤหัสบดี ด้านราคาฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่าตลาดอาจเปิดบวก 0.9% ได้แรงหนุนจากความคาดหวังที่ดีขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการลดระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ตัวชี้วัดด้านการวางสถานะเริ่มอ่อนลง แบบสำรวจ AAII Investor Sentiment ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธระบุว่า นักลงทุนรายย่อย 29.6% มีมุมมองเชิงบวก (bullish) ขณะที่ 42.3% มีมุมมองเชิงลบ (bearish) ในตลาดอนุพันธ์ สัญญาฟิวเจอร์ส S&P 500 ซื้อขายบริเวณ 7,500 จุด ฟื้นคืนส่วนใหญ่ของแรงขายจากเซสชันก่อนหน้า ระดับเทคนิคที่ถูกอ้างถึง ได้แก่ แนวต้าน 7,540-7,560 และแนวรับ 7,480-7,500 สัปดาห์นี้ยังมีการตัดสินใจนโยบายของ FOMC ในวันพุธ ควบคู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะทยอยประกาศ และการถกเถียงต่อเนื่องเกี่ยวกับมูลค่าเหมาะสมของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
กลยุทธ์เทรดออปชันท่ามกลางงบใหญ่และฤดูกาลที่อ่อนแอ
เราแนะนำให้นักเทรดอนุพันธ์เตรียมรับความผันผวนที่อาจรุนแรง ขณะที่ฟิวเจอร์ส S&P 500 เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 7,500 จุด ด้วยหุ้นขนาดใหญ่อย่าง Microsoft, Meta, Apple และ Amazon ที่จะรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของออปชันมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น เราแนะนำให้ใช้ put แบบป้องกันความเสี่ยงระยะสั้น (protective puts) หรือ covered calls เพื่อช่วยกันพอร์ตหุ้นจากความเสี่ยงการเปิดกระโดดลง (downside gap) แบบฉับพลัน
แนวทางระมัดระวังดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลในอดีต เนื่องจากเดือนสิงหาคมโดยทั่วไปเป็นหนึ่งในเดือนที่อ่อนแอที่สุดของปี โดย S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบราว 0.8% ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา นอกจากนี้ แบบสำรวจ AAII ชี้ว่า sentiment เชิงลบเพิ่มขึ้นเป็น 42.3% สะท้อนการเปลี่ยนท่าทีของนักลงทุนรายย่อยอย่างชัดเจน เรามองว่าการเทรด bear put spreads เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์จากโอกาสการอ่อนตัวตามฤดูกาล โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงในการใช้เงินลงทุนมากเกินไป
แท็กติกเบรกเอาต์ความผันผวนก่อน FOMC และการบริหารความเสี่ยง
การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของ FOMC ในวันพุธนี้มีแนวโน้มเป็นตัวเร่งสำคัญที่สุดที่จะกระตุ้น “volatility breakout” เนื่องจากดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) ยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำตลอดช่วงการพักฐานฤดูร้อนนี้ ทำให้พรีเมียมออปชันยังอยู่ในระดับที่ “สมเหตุสมผล” สำหรับฝั่งผู้ซื้อ เราแนะนำให้พิจารณาใช้กลยุทธ์ long straddles บนดัชนี S&P 500 เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าทิศทางใด หลังการประกาศของเฟด
เนื่องจากระบบ Volatility Breakout ของเราขณะนี้ถือสถานะ “ชอร์ต” เราจึงเอนเอียงไปทางการตั้งรับในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า นักเทรดควรให้ความสำคัญกับวินัยด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด และลดขนาดสถานะให้เล็กกว่าค่าเฉลี่ยเพื่อรับมือการแกว่งตัวในกรอบพักฐานที่ผันผวน การใช้ calendar spreads สามารถช่วยเก็บเกี่ยวมูลค่าจากการเสื่อมค่าตามเวลา (theta decay) ระหว่างรอให้แนวโน้มการเคลื่อนไหวมีทิศทางชัดเจนมากขึ้น
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets