EUR/USD เคลื่อนไหวทรงตัวใกล้ระดับ 1.1385 ในวันพฤหัสบดี หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด โดยอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์หลัก (main refinancing rate) คงไว้ที่ 2.4% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนเพิ่ม (marginal lending facility) อยู่ที่ 2.65% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit facility) อยู่ที่ 2.25% ECB ระบุว่ามุมมองราคาพลังงานมีความผันผวนสูง พร้อมเตือนว่าผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากช็อกราคาพลังงานล่าสุดยังส่งผ่านไม่ครบถ้วน ทั้งนี้ ECB ย้ำว่าจะตัดสินใจ “รายประชุม” โดยอิงข้อมูล แนวโน้มเงินเฟ้อและกลไกการส่งผ่าน และตัดความเป็นไปได้ของการให้คำมั่นล่วงหน้า (pre-commitment) ต่อเส้นทางดอกเบี้ยในอนาคต
เงินยูโรยังถูกกดดัน โดยดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) หลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านทวีความรุนแรง การโจมตีของสหรัฐดำเนินต่อเนื่องเป็นคืนที่ 12 และอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดนและบาห์เรน ความเสี่ยงด้านอุปทานยังหนุนราคาน้ำมันดิบ โดย WTI ซื้อขายแถว 89.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นราว 28% ในเดือนนี้ หลังเกิดความปั่นป่วนในช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง ซึ่งคุกคามเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบบาบเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) ขณะเดียวกัน ตลาดยังปรับความคาดหวังด้านดอกเบี้ยให้ “ตึงตัว” ขึ้น โดย CME FedWatch ประเมินโอกาส 78% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน จาก 52% เมื่อสัปดาห์ก่อน
กลยุทธ์อนุพันธ์ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการตัดสินใจของธนาคารกลาง
จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้น และท่าทีระมัดระวังของ ECB เราแนะนำให้เทรดเดอร์อนุพันธ์เน้น “ซื้อออปชัน Put” บน EUR/USD โดยคู่เงินซื้อขายใกล้ 1.1385 และดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมาก การป้องกันความเสี่ยงต่อการหลุดลง (downward breakout) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในอดีตช่วงเกิดช็อกภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่ เช่น จุดเริ่มต้นสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ดัชนีดอลลาร์สหรัฐพุ่งกว่า 8% ภายในไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่อาจเกิดซ้ำได้ในครั้งนี้
นอกจากนี้ ควรเทรดอนุพันธ์พลังงานเชิงรุก โดยเฉพาะ “ออปชัน Call” บน West Texas Intermediate (WTI) หลังราคาพุ่งขึ้นแล้ว 28% ในเดือนนี้สู่ 89.50 ดอลลาร์ ความเสี่ยงด้านอุปทานในช่องแคบบาบเอลมันเดบและช่องแคบฮอร์มุซอาจดันราคาน้ำมันขึ้นไปใกล้โซน 100 ดอลลาร์ได้ไม่ยาก คล้ายกับช่วงราคาพลังงานพุ่งแรงปลายปี 2023 การใช้กลยุทธ์ Bull Call Spread ในน้ำมันจะช่วยให้เก็บอัพไซด์ก้อนใหญ่ พร้อมจำกัดความเสี่ยงเบี้ยประกัน (premium) อย่างเคร่งครัด
การปรับพอร์ตฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยและการบริหารความเสี่ยงความผันผวน
อีกทั้ง จำเป็นต้องปรับสถานะในฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเพื่อสะท้อนมุมมองเฟดที่เปลี่ยนเร็ว โดย CME FedWatch Tool ล่าสุดชี้โอกาส 78% ที่สหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน การ “ขาย (ชอร์ต)” ฟิวเจอร์ส Secured Overnight Financing Rate (SOFR) จึงเป็นเกมเชิงยุทธวิธีที่น่าสนใจ ขณะที่ฟิวเจอร์ส Euribor ควรใช้กลยุทธ์แบบเป็นกลาง เนื่องจาก ECB ยังไม่พร้อมให้สัญญาณที่ชัดเจนต่อเส้นทางดอกเบี้ย
ท้ายที่สุด ต้องเตรียมรับมือความผันผวนของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยการใช้อุปกรณ์อนุพันธ์ที่อิงความผันผวน เช่น VIX หรือฟิวเจอร์สความผันผวนค่าเงิน ในช่วงวิกฤตตะวันออกกลางที่ผ่านมา ดัชนีความผันผวนค่าเงินเคยพุ่งมากกว่า 15% ภายในเดือนเดียว ส่งผลให้ผู้ขายออปชันที่ไม่พร้อมถูกลงโทษอย่างหนัก การลดขนาดสถานะ และใช้สเปรดออปชันแบบจำกัดความเสี่ยง (defined-risk) จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำทางตลาดที่ผันผวนในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets