
ประเด็นสำคัญ
- ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: USDX คือดัชนีที่วัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเทียบกับตะกร้าเงินสกุลหลัก) ทรงตัวเหนือ 101 ในวันพุธ หลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 4 วัน
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความตึงเครียดตะวันออกกลาง เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ และหนุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจคุมเข้มนโยบาย (ตึงนโยบาย = คง/ขึ้นดอกเบี้ย เพื่อลดเงินเฟ้อ)
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields คือผลตอบแทนจากการถือพันธบัตรรัฐบาล) ยังอยู่ระดับสูง ช่วยหนุนแรงซื้อดอลลาร์
- ข้อมูล ADP (รายงานการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐ) ชี้การจ้างงานภาคเอกชนชะลอลงอีกในต้นเดือนก.ค.
- ตลาดยังให้น้ำหนักโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ย. มากขึ้น
ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวเหนือ 101 ในวันพุธ หลังบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หนุนโดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันปรับขึ้น และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical คือความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ)
สหรัฐเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายของอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 11 ทำให้ความกังวลเรื่องอุปทานพลังงานสะดุดและความไม่มั่นคงในภูมิภาคยังสูง
ราคาน้ำมันขยับขึ้น ขณะที่ตลาดประเมินผลกระทบต่อการไหลของพลังงานโลก และจับตาว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจเปลี่ยนมุมมองนโยบายของเฟดหรือไม่
ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากมุมมองว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจย้ำความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้โอกาส “ผ่อนคลายนโยบายการเงิน” ระยะใกล้ (ผ่อนคลาย = ลดดอกเบี้ย/ส่งสัญญาณช่วยเศรษฐกิจ) ลดลง
ทำไมนักเทรดจับตาดอลลาร์
ดอลลาร์ยังถูกขับเคลื่อนโดย 3 ปัจจัยหลัก: สถานการณ์ตะวันออกกลาง แนวโน้มคาดการณ์นโยบายเฟด และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ
ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกลายเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะตลาดประเมินว่าความเสี่ยงด้านอุปทานอาจดันเงินเฟ้อกลับมาได้หรือไม่ หากต้นทุนพลังงานสูงต่อเนื่อง ธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงขึ้นหนุนความต้องการถือดอลลาร์ เพราะทำให้สินทรัพย์สหรัฐน่าดึงดูดกว่าเมื่อเทียบกับทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่า
ตลาดยังติดตาม “คาดการณ์ต่อเฟด” โดยแม้ส่วนใหญ่คาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมใกล้ ๆ แต่การประเมินของตลาดเริ่มเอนเอียงไปสู่โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปีมากขึ้น
ตะวันออกกลางตึงเครียด หนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command) ระบุว่าได้เสร็จสิ้นการโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง 11 วัน โดยพุ่งเป้าไปยังฐานทหารที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz คือเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก)
ปฏิบัติการทางทหารที่ต่อเนื่องเพิ่มความกังวลว่าการขนส่งในหนึ่งในเส้นทางพลังงานสำคัญที่สุดของโลกอาจสะดุด
หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจทำให้ราคาน้ำมันอยู่สูง และหนุนความต้องการสินทรัพย์เชิงป้องกันความเสี่ยง (defensive assets เช่น ดอลลาร์ ตราสารหนี้คุณภาพสูง)
อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย อาจลด “ส่วนเพิ่มของความเสี่ยงทางการเมือง” (risk premium คือราคาที่ตลาดบวกเพิ่มเพราะความเสี่ยง) และจำกัดการแข็งค่าต่อของดอลลาร์
ความเสี่ยงทะเลแดง เพิ่มความกังวลด้านพลังงาน
ตลาดพลังงานยังติดตามสถานการณ์นอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซด้วย
กลุ่มฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลัง ขู่จะดำเนินการเพิ่มเติมต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง ทำให้ตลาดกังวลว่าความเสี่ยงการชะงักอาจลุกลามไปหลายเส้นทางการค้า
แรงกดดันเพิ่มต่อเส้นทางขนส่งหลักอาจทำให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานสูงขึ้น และทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังเป็นประเด็นหลัก
สำหรับดอลลาร์ ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะทำให้ตลาดเชื่อว่าเฟดต้อง “คุมเข้มมากขึ้น” หรือความไม่แน่นอนเริ่มลดลง
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชี้แรงส่งการจ้างงานชะลอ
การเติบโตของการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐชะลอลงอีกในต้นเดือนก.ค. ตามข้อมูล ADP
นายจ้างภาคเอกชนเพิ่มการจ้างงานเฉลี่ย 16,500 ตำแหน่งต่อสัปดาห์ ในช่วง 4 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 4 ก.ค. ลดลงจาก 19,250 ตำแหน่งในช่วง 4 สัปดาห์ก่อนหน้า
การชะลอตัวครั้งนี้เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 สะท้อนสัญญาณว่าแรงส่งของตลาดแรงงาน (labour-market momentum คือความต่อเนื่องของการจ้างงาน/รายได้/ความต้องการแรงงาน) อาจเริ่มอ่อนลง
อย่างไรก็ดี ตลาดยังให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานเป็นหลัก เพื่อประเมินทิศทางนโยบายถัดไปของเฟด
ระดับราคาสำคัญสำหรับการเทรด
| ระดับราคา | สิ่งที่นักเทรดจับตา |
| 101.8 | แนวต้านหลักใกล้จุดสูงของรอบรีบาวด์ล่าสุด |
| 101.5 | โซนแนวต้านรอง |
| 101.2 | แนวต้านใกล้จุดสูงของรอบล่าสุด |
| 101.07 | กรอบซื้อขายปัจจุบัน |
| 100.8 | แนวรับใกล้ช่วงแกว่งตัวสะสม (consolidation คือราคาแกว่งในกรอบเพื่อสะสมแรง) |
| 100.5 | โซนแนวรับระยะสั้น |
| 100 | แนวรับเชิงจิตวิทยา (psychological level คือเลขกลมที่คนในตลาดมักให้ความสำคัญ) |
| 99.8 | จุดอ้างอิงฝั่งขาลงในภาพกว้าง |
ดัชนีดอลลาร์ซื้อขายใกล้ 101.07 หลังแกว่งตัวสะสมต่ำกว่าจุดสูงล่าสุดแถว 101.20
ดัชนีฟื้นตัวจากการย่อตัวในเดือนก.ค. (pullback คือการปรับลงสั้น ๆ ภายในแนวโน้มเดิม) แต่แท่งเทียนล่าสุดสะท้อนว่าแรงส่งเริ่มชะลอเมื่อราคาเข้าใกล้แนวต้านแถว 101.20
หากยืนเหนือ 101.20 ได้ต่อเนื่อง อาจทำให้ 101.50 อยู่ในโฟกัส ตามด้วยแนวต้านกว้างแถว 101.80
ฝั่งลง 100.80 เป็นแนวรับแรกที่ควรจับตา หากหลุดโซนอาจเห็นการทดสอบ 100.50 และหากอ่อนลงมากขึ้นอาจกลับไปโฟกัสระดับ 100.00 ซึ่งเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยา
มุมมองขาขึ้นและขาลง

| รูปแบบ | สัญญาณเริ่มต้น (Trigger) | ปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น |
| ขาขึ้นต่อเนื่อง | ทะลุ 101.20 | USDX อาจทดสอบ 101.50 |
| ขึ้นแรงกว่าเดิม | ผ่าน 101.50 | ตลาดอาจหันไปจับตา 101.80 |
| แกว่งในกรอบ | ยังอยู่ระหว่าง 100.80–101.20 | นักเทรดรอสัญญาณชัดขึ้นจากเฟดหรือสถานการณ์ตะวันออกกลาง |
| ย่อตัวลง | หลุด 100.80 | USDX อาจกลับไปทดสอบ 100.50 |
| ปรับฐานลึก | หลุด 100.50 | ดัชนีอาจลงสู่ 100.00 |
ฉากทัศน์ฝั่งบวกขึ้นอยู่กับการที่ดัชนีดอลลาร์ทะลุ 101.20 และยังรักษาแรงส่งได้ หากยืนยันได้ อาจหนุนการฟื้นตัวและทำให้ 101.50 เป็นเป้าหมายถัดไป
ฉากทัศน์กลางคือการแกว่งสะสมในกรอบ 100.80–101.20 ขณะนักเทรดรอสัญญาณชัดขึ้นจากราคาน้ำมัน มุมมองต่อเฟด และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
ฉากทัศน์ฝั่งลบจะเด่นขึ้นหาก USDX หลุด 100.80 หากยืนยันการหลุด อาจเพิ่มแรงขายไปยัง 100.50 และหากอ่อนลงต่ออาจเห็นระดับ 100.00 ซึ่งเป็นแนวรับเชิงจิตวิทยา
ข้อสงวนสิทธิ์
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets