ราคาทองคำในฟิลิปปินส์ปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 7,991.38 เปโซฟิลิปปินส์ต่อกรัม ลดลงจาก 8,043.44 เปโซฟิลิปปินส์ในวันพุธ ขณะที่ราคาต่อตลาอ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 93,209.88 เปโซฟิลิปปินส์ จาก 93,817.09 เปโซฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ FXStreet ยังประเมินราคาที่ 79,913.78 เปโซฟิลิปปินส์ต่อ 10 กรัม และ 248,559.80 เปโซฟิลิปปินส์ต่อทรอยออนซ์ โดยอ้างอิงราคาตลาดโลกแปลงผ่าน USD/PHP และอัปเดตทุกวันตามอัตราตลาด ณ เวลาตีพิมพ์ ทั้งนี้ราคาในประเทศอาจมีความแตกต่างกันได้
อุปสงค์จากภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของตลาด ธนาคารกลางต่าง ๆ เพิ่มทองคำสำรองรวม 1,136 ตัน มูลค่าประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) นับเป็นยอดซื้อรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พลวัตของราคามักเชื่อมโยงกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับทั้งสองปัจจัย ขณะที่ XAU/USD ยังอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและภาวะรับความเสี่ยงโดยรวมของตลาด
ปฏิกิริยาตลาดต่อดอลลาร์อ่อนค่าและคาดการณ์ดอกเบี้ย
เรามองว่าการย่อตัวเล็กน้อยของราคาทองคำล่าสุดเป็น “จุดเข้าซื้อ” ที่เป็นไปได้ มากกว่าจะเป็นสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มหลัก โดยภาพรวมตลาดกำลังตอบรับการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงเกือบ 2% เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ปัจจัยนี้โดยทั่วไปมักช่วยหนุนสินทรัพย์ที่กำหนดราคาด้วยดอลลาร์อย่างทองคำได้อย่างมีนัยสำคัญ
ระยะถัดไป เราให้น้ำหนักกับความคาดหวังที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์ก่อนออกมาต่ำกว่าคาดที่ 2.8% ตลาดจึงเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้น โดยประเมินความน่าจะเป็นมากกว่า 70% ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ในเชิงประวัติศาสตร์ ช่วงเวลาที่อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (real yields) ปรับลดลงมักเป็นบวกต่อโลหะมีค่าอย่างชัดเจน
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และกลยุทธ์การเทรด
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในเส้นทางการค้าสำคัญของโลกยังคงช่วยหนุนสถานะของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) นอกจากนี้ อุปสงค์จากธนาคารกลางยังแข็งแกร่ง โดยตัวเลขสภาทองคำโลกสำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 ระบุว่า ธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่มียอดซื้อสุทธิรวมมากกว่า 250 ตัน การเข้าซื้ออย่างสม่ำเสมอนี้ช่วยสร้าง “แนวรับ” ให้กับตลาดได้ดี
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ สะท้อนถึงการวางสถานะเพื่อโอกาสปรับขึ้นต่อ ผ่านการซื้อคอลออปชัน (call options) ที่หมดอายุช่วงปลายไตรมาส 3 โดยความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ทำให้คอลระยะยาวเป็นเครื่องมือที่มีต้นทุนไม่สูงในการเก็บโอกาสจากการปรับขึ้นของราคา กลยุทธ์นี้ช่วยกำหนดความเสี่ยงได้ชัดเจน เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงหนุนเชิงมหภาคที่เอื้ออำนวย
อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยเฉพาะรายงานการจ้างงานที่กำลังจะประกาศ หากตัวเลขสูงกว่าคาดอย่างมาก อาจทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าและเลื่อนจังหวะการลดดอกเบี้ยที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันทองคำ ดังนั้น ผู้เทรดควรพิจารณาใช้พุตออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยง (protective puts) หรือคงวินัยในการตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss) สำหรับสถานะการลงทุนของตน
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets