ปริมาณเงินของเกาหลีใต้เร่งตัวขึ้นในเดือนพฤษภาคม โดยตัวชี้วัดที่ติดตามปรับเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เทียบกับการเพิ่มขึ้น 8.1% ในเดือนก่อนหน้า
ตัวเลขล่าสุดชี้ว่าการขยายตัวของสภาพคล่องในประเทศเร่งขึ้นในช่วงเดือนดังกล่าว โดยรายงานไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติม
การเติบโตของปริมาณเงินและนัยต่อเงินวอนเกาหลี
เรากำลังเห็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณเงิน M2 ของเกาหลีใต้ ซึ่งกระโดดขึ้นสู่การเติบโต 9.2% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพฤษภาคม การเร่งตัวจากระดับ 8.1% ในเดือนเมษายนสะท้อนว่ามีสภาพคล่องใหม่ปริมาณมากไหลเข้าสู่ระบบการเงิน การเติบโตที่รวดเร็วเช่นนี้มักเกิดขึ้นก่อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางต้องดำเนินการ
ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ความเสี่ยงเชิงลบต่อเงินวอนเกาหลี เนื่องจากอุปทานของสกุลเงินที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันให้มูลค่าอ่อนลง ท่ามกลางท่าทีที่ยังคงค่อนข้างตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คู่เงิน USD/KRW ซึ่งปัจจุบันซื้อขายบริเวณราว 1,385 อาจทดสอบแนวต้าน 1,400 เราควรพิจารณาซื้อออปชัน Call บน USD/KRW เพื่อใช้ประโยชน์จากความเป็นไปได้ที่เงินวอนจะอ่อนค่า
หุ้นและพันธบัตร: ผลกระทบต่อตลาดและกลยุทธ์การลงทุน
สำหรับตลาดหุ้น สถานการณ์ให้สัญญาณผสมแต่เอนเอียงไปทางความระมัดระวัง แม้ว่าสภาพคล่องอาจหนุน KOSPI 200 ในระยะเริ่มต้น แต่ความเสี่ยงที่ธนาคารกลางเกาหลี (BOK) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อเป็นแรงกดดันสำคัญต่อหุ้น เราคาดว่าความผันผวนจะเพิ่มขึ้น และกำลังพิจารณาซื้อออปชัน Put บนฟิวเจอร์ส KOSPI 200 เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโอกาสที่ตลาดจะปรับฐาน
ตลาดตราสารหนี้อาจเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมากที่สุด เพราะทิศทางการตัดสินใจครั้งถัดไปของ BOK กลายเป็นประเด็นสำคัญ ข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดที่ชี้ว่า CPI อยู่ที่ 2.9% ก็ทำให้ BOK อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงตัวอยู่แล้ว และการเร่งตัวของปริมาณเงินครั้งนี้จะเพิ่มแรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยจากระดับปัจจุบัน 3.50% เรามองเห็นโอกาสในการเปิดสถานะขายชอร์ตฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี (KTB) เนื่องจากราคามีแนวโน้มปรับลดลง หากธนาคารกลางส่งสัญญาณนโยบายที่เข้มงวด (hawkish) มากขึ้น
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets