บัญชีรายงานการประชุมล่าสุดของ ECB ชี้ให้เห็นว่าผู้กำหนดนโยบายให้ความสำคัญมากขึ้นกับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ โดยสภาผู้ว่าการประเมินว่าสมดุลของความเสี่ยงเอนเอียงไปด้านขาขึ้นเมื่อเทียบกับประมาณการฐาน (baseline) ของทีมงาน เงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation) ถูกมองว่าจะปรับสูงขึ้นต่อในช่วงฤดูร้อน และจะทรงตัวเหนือเป้าหมาย 2% ตลอดครึ่งแรกของปี 2027 แม้เส้นทางคาดการณ์ของทีมงานจะได้รวมการขึ้นดอกเบี้ยเกือบ 3 ครั้งครั้งละ 25 จุดพื้นฐานไว้แล้วก็ตาม สมาชิกยังระบุด้วยว่า หากราคา energy ไม่ปรับลดลงตามเส้นโค้งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures curves) เงินเฟ้อที่สูงกว่าเป้าหมายอาจยืดเยื้อกว่าที่คาด
การอภิปรายสะท้อนความคาดหวังว่าแรงกระแทกด้านพลังงานรอบนี้จะมีอายุสั้นกว่ารอบก่อน แต่บริษัทและแรงงานตอบสนองเร็วขึ้น เนื่องจากเงินเฟ้อมีน้ำหนักมากขึ้นในการตัดสินใจ ผู้กำหนดนโยบายกล่าวว่าเงื่อนไขการเงินที่ตึงตัวขึ้นนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นจนถึงขณะนี้ยังมีผลจำกัดในการกดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้บางส่วนเห็นว่าอัตราผลตอบแทนระยะยาวที่สูงขึ้นและมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่เข้มงวดขึ้นควรค่อย ๆ ลดความต้องการสินเชื่อ กดดันการลงทุน และชะลอโมเมนตัม ด้านการสื่อสาร ECB เห็นพ้องจะคง “ความเป็นกลาง” โดยหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณทั้งวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยที่ยืดเยื้อหรือการขึ้นครั้งเดียว ค่าเงินยูโรแทบไม่ขยับ โดย EUR/USD เพิ่มขึ้น 0.16% มาที่ราว 1.1435
ความกังวลภายในของ ECB และนัยต่อกลยุทธ์ตลาด
เราประเมินว่า ECB กังวลเรื่องเงินเฟ้อ “มากกว่า” ที่สะท้อนผ่านถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการ ความเสี่ยงคือแรงกดดันด้านราคายังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าเดิม จนบีบให้ต้องดำเนินนโยบายเชิงรุกมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้เราได้เปรียบ เพราะการตีราคาในตลาดปัจจุบันอาจนิ่งนอนใจเกินไป
ดัชนีราคาผู้บริโภคแบบปรับให้สอดคล้องกันของยูโรโซน (HICP) ล่าสุดสำหรับเดือนมิถุนายน 2026 ออกมาที่ระดับดื้อด้าน 2.8% แทบไม่เห็นสัญญาณกลับสู่เป้าหมาย 2% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ก็ยังเหนียวตัวเหนือ 2.5% ทำให้ความกังวลของ ECB ว่าเงินเฟ้อจะยืดเยื้อไปถึงปี 2027 ดูมีน้ำหนักมากขึ้น เราเห็นว่าข้อมูลนี้สนับสนุนท่าทีที่ “เหยี่ยว” มากขึ้นของธนาคารกลางในช่วงปลายปีนี้
การวางสถานะรับดอกเบี้ยขาขึ้นและความผันผวนของตลาด
ภายใต้มุมมองดังกล่าว เราควรวางสถานะเพื่อรับอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของยูโรโซนที่สูงขึ้น ตลาดได้สะท้อนการคุมเข้มนโยบายบางส่วนแล้ว โดยสัญญา Euribor futures เดือนธันวาคม 2026 บ่งชี้อัตรานโยบายใกล้ 3.50% แต่บัญชีรายงานการประชุมของ ECB ชุดนี้ชี้ว่าระดับดอกเบี้ยปลายทาง (terminal rate) อาจสูงกว่านั้น เราสามารถแสดงมุมมองนี้ผ่านการทำสถานะใน interest rate swaps หรือการขายชอร์ตสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะใกล้
การให้ความสำคัญกับราคาพลังงานถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ราคาก๊าซธรรมชาติยุโรปล่าสุดขยับขึ้น โดยสัญญา Dutch TTF futures เดือนหน้า (front month) ปรับขึ้น 12% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มาอยู่ราว 42 ยูโรต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง จากความกังวลด้านอุปทาน แนวโน้มดังกล่าวหากต่อเนื่องจะหนุนฉากทัศน์เงินเฟ้อเชิงลบมากขึ้นของ ECB โดยตรง และเสริมเหตุผลให้ดอกเบี้ยมีโอกาสสูงขึ้น
ความพยายามของ ECB ในการสื่อสารแบบ “เป็นกลาง” สร้างความไม่แน่นอน ซึ่งโดยทั่วไปมักนำไปสู่ความผันผวนของตลาดที่สูงขึ้น เราสามารถใช้กลยุทธ์ออปชันเพื่อเกาะโอกาสจากความแกว่งตัวของราคาในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เช่น การซื้อ call options บน EUR/USD เป็นวิธีความเสี่ยงต่ำในการทำกำไร หาก ECB ถูกบีบให้ปรับท่าทีเป็น “เหยี่ยว” มากกว่าที่ตลาดคาดอย่างน่าประหลาดใจ
สถานการณ์นี้ชวนให้นึกถึงช่วงปี 2022-2023 ที่ธนาคารกลางต่าง ๆ มัก “ตามหลัง” สถานการณ์ และต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรก บทเรียนในอดีตชี้ว่าเมื่อผู้กำหนดนโยบายกังวลความเสี่ยงเงินเฟ้อด้านขาขึ้นมากระดับนี้ สุดท้ายมักลงมือจริง เราคาดว่าตลาดจะค่อย ๆ ตื่นตัวต่อความเป็นจริงดังกล่าวตลอดช่วงฤดูร้อนนี้
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets