อัปเดตวันที่ 12 มิ.ย. ประเมินดัชนี S&P 500 (SPX) ซึ่งขณะนั้นอยู่ใกล้ 7,422 จุด ว่ามีโอกาส “เด้งขึ้น” ไปยังโซน 7,440-7,525 ก่อนจะอ่อนตัวลงสู่ 6,840-7,075 ตามหลัก Elliott Wave Principle ต่อมาดัชนีขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 7,577 เมื่อ 15 มิ.ย. จากนั้นร่วงลงสู่ 7,294 เมื่อ 26 มิ.ย. ดีดกลับขึ้นไป 7,551 เมื่อ 6 ก.ค. และล่าสุดเคลื่อนไหวแถว 7,475 ฉากทัศน์ “ทำยอดแล้วร่วง” เกิดขึ้นจริง แม้ยังไม่ลงถึงเป้าด้านล่าง และการเคลื่อนไหวราคาตั้งแต่ 14 พ.ค. ยังอยู่ใกล้ระดับปัจจุบัน สอดคล้องกับมุมมองว่ากำลังเกิดการปรับฐานคลื่นที่ 4 (4th wave correction)
ประเด็นอยู่ที่ราคาจะกดลงไปแตะเป้าหมายสีเทาและสีเขียวได้หรือไม่ โดยมีแนวซ้อนทับ (confluence) ใกล้ระดับฟีโบนัชชีสีดำ 138.20% ที่ 7,121 จุด ร่วมกับส่วนขยาย (extensions) สีดำที่ 100.00%, 123.6% และ 161.8% ทางเลือกอีกด้านคือการต่อยอดของการรีบาวด์จากวันที่ 26 มิ.ย. ขึ้นไปยัง 7,679-7,739 จุด ใกล้ 161.80% Fibonacci extension ที่ 7,741 จุด โดยระบุ confluence ที่ 7,739 เทียบกับ 7,741 การยืนยันฝั่งขาขึ้นต้องอาศัยการเบรกเหนือ 7,551 และต่อด้วยจุดสูงสุดตลอดกาล (all-time high) วันที่ 2 มิ.ย. ที่ 7,721 ขณะที่การยืนยันฝั่งขาลงคือการหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดวันนี้ และต่อด้วย 7,348 ซึ่งจะชี้ไปยังเป้าหมายแรกแถว ~7,140 +/- 50 จุด ก่อนจะมีความพยายามขึ้นทดสอบ 7,740 อีกครั้ง
สภาพแวดล้อมตลาดและความไม่แน่นอนในปัจจุบัน
ขณะนี้ตลาดอยู่ในภาวะซับซ้อนและผันผวนแบบไร้ทิศทาง โดย S&P 500 ซื้อขายแถว 7,475 จุด การแกว่งตัวออกข้างตั้งแต่กลางเดือนพ.ค. มีลักษณะของช่วงปรับฐานขนาดใหญ่ ซึ่งเราระบุว่าเป็นคลื่นที่ 4 รายงาน CPI เดือนมิ.ย. ล่าสุดที่ออกมาร้อนกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.1% ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนกังวลต่อท่าทีและนโยบายของเฟดในระยะถัดไป
สภาวะที่ตลาดถูกดึงไปคนละทางจากสัญญาณที่ขัดแย้งกัน เป็นเหตุผลที่ทำให้ VIX แกว่งอยู่แถวระดับปลายสิบสูง ๆ ราว 18 จุด ระดับดังกล่าวสะท้อน “ความไม่แน่นอน” มากกว่า “ความตื่นตระหนก” ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติที่คาดเดายากของคลื่นปรับฐาน เมื่อฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 จะเริ่มในสัปดาห์หน้า คาดว่าความลังเลนี้จะยังดำเนินต่อไปจนกว่าตลาดจะได้รับปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนมากขึ้น
ระดับราคาที่นำไปใช้ได้จริงและความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ หมายความว่าต้องเตรียมรับมือ 2 ความเป็นไปได้ และใช้ระดับราคาเฉพาะเป็น “จุดทริกเกอร์” หากดัชนีหลุดต่ำกว่าจุดต่ำสุดล่าสุด และหลุดต่อใต้จุดต่ำสุดวันที่ 28 มิ.ย. ที่ 7,348 จะเป็นสัญญาณว่าการปรับลงสู่โซน 7,140 กำลังเริ่มต้น ในกรณีนี้อาจพิจารณาเปิดสถานะผ่านออปชันฝั่ง put หรือกลยุทธ์สเปรดฝั่งหมี (bearish spreads) เพื่อเกาะโมเมนตัมขาลง
ในทางกลับกัน หากตลาดตั้งหลักได้และทะลุเหนือจุดสูงสุดวันที่ 6 ก.ค. ที่ 7,551 โฟกัสจะเปลี่ยนไปที่ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นรอบสุดท้าย การไต่ระดับอย่างต่อเนื่องจะมีเป้าหมายที่โซน 7,679-7,739 ซึ่งสะท้อนรูปแบบปรับฐานแบบคลาสสิกก่อนการปรับลงที่มีนัยสำคัญกว่า และจะเป็นสัญญาณให้ใช้ call options เพื่อไล่ราคาขึ้นไปจนถึงบริเวณแนวต้านที่ระบุไว้อย่างชัดเจน
ด้วยสภาพตลาดที่ยังไม่ชัดเจน เราไม่ได้ฟันธงว่าทิศทางใดจะชนะ แต่เลือกคงความยืดหยุ่น โดยใช้ระดับราคาเหล่านี้เป็นหมุดหมายให้ตลาด “เปิดไพ่” ก่อนทุ่มเงินลงทุนก้อนใหญ่ แนวทางที่มีวินัยและตอบสนองตามสัญญาณเช่นนี้มีความจำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยง จนกว่าจะเกิดเทรนด์ที่ชัดเจนมากขึ้นจากการสะสมกำลัง (consolidation) ในปัจจุบัน
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets