ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ภาคบริการ (ISM Services New Orders Index) ของสหรัฐปรับตัวลดลงในเดือนมิถุนายน โดยชะลอลงมาอยู่ที่ 55.1 จาก 57.3 ในเดือนก่อนหน้า การปรับลดลงดังกล่าวสะท้อนการเติบโตของธุรกิจใหม่ในฝั่งผู้ให้บริการที่ช้าลง แต่ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างภาวะขยายตัวและหดตัว
ดัชนียังคงอยู่ในโซนขยายตัว อย่างไรก็ดี การลดลงเมื่อเทียบรายเดือนบ่งชี้ว่าอุปสงค์กำลังเย็นลงเมื่อเทียบกับระดับในเดือนพฤษภาคม โดยตลาดมักติดตามตัวชี้วัดนี้เพื่อประเมินโมเมนตัมของภาคบริการ และแนวโน้มในภาพรวมของกิจกรรมเศรษฐกิจสหรัฐ
นัยของการชะลอตัวของภาคบริการ และผลต่อทิศทางนโยบายเฟด
เมื่อดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ ISM ภาคบริการลดลงสู่ 55.1 ในเดือนมิถุนายน เรามองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนของโมเมนตัมการเติบโตที่ชะลอลง แม้ว่าค่าที่สูงกว่า 50 จะยังหมายถึงการขยายตัว แต่การชะลอครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับเรา ภาคบริการเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจสหรัฐ และการชะลอของธุรกิจในอนาคตถือเป็นสัญญาณเตือนที่มีนัยสำคัญ
การผ่อนแรงของกิจกรรมเศรษฐกิจส่งผลโดยตรงต่อมุมมองของเราเกี่ยวกับนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยความน่าจะเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในไตรมาส 4 ได้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 60% ในตลาดฟิวเจอร์ส จากราว 45% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราเชื่อว่าข้อมูลชุดนี้จะเพิ่ม “กระสุน” ให้คณะกรรมการสายพิราบมีเหตุผลมากขึ้นในการสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายเร็วขึ้นแทนที่จะรอไปก่อน
กลยุทธ์การวางพอร์ตในสภาวะตลาดที่มีสัญญาณผสม
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว เรากำลังเพิ่มน้ำหนักในสถานะที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาดที่สูงขึ้น ดัชนีวัดความผันผวนของ CBOE (VIX) อยู่ในระดับต่ำมากในเชิงประวัติศาสตร์ โดยล่าสุดซื้อขายใกล้ระดับ 14 แต่เราคาดว่าจะขยับขึ้นสู่กรอบ 17-19 จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น เรากำลังเข้าซื้อออปชันคอลของ VIX ที่มีวันหมดอายุในเดือนสิงหาคมและกันยายน เพื่อเก็งกำไรจากการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
เรายังปรับกลยุทธ์รายอุตสาหกรรมด้วย โดยเข้าซื้อออปชันพุตบน ETF กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่จำเป็น (consumer discretionary) เนื่องจากอุตสาหกรรมอย่างท่องเที่ยวและบริการด้านการต้อนรับมีความอ่อนไหวสูงต่อการชะลอของการใช้จ่ายภาคบริการ ขณะเดียวกัน ความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับลดสูงขึ้น ทำให้หุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต (growth) ซึ่งอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยมีความน่าสนใจมากขึ้น เราจึงทยอยเพิ่มสถานะออปชันคอลในหุ้นเทคบางตัวอย่างระมัดระวัง
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สัญญาณผสมระหว่างการชะลอตัวของการเติบโตกับโอกาสได้รับแรงหนุนจากธนาคารกลาง เราให้น้ำหนักกับกลยุทธ์ที่จำกัดความเสี่ยง (defined-risk) มากกว่าการเดิมพันทิศทางแบบตรงไปตรงมา โดยเราจัดโครงสร้าง put credit spreads บนดัชนี S&P 500 เพื่อสร้างผลตอบแทนหากตลาดทรงตัวหรือไต่ขึ้นเล็กน้อย แนวทางนี้ช่วยป้องกันความเสี่ยงขาลงรุนแรง หากการชะลอตัวมีความหนักหน่วงกว่าที่คาดไว้
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets