หุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวสวนทางกันหลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนมิ.ย.ออกมาที่ 57,000 ตำแหน่ง เทียบกับคาดการณ์เฉลี่ย 115,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดเกือบครึ่ง ดัชนี Dow Jones Industrial Average (DJIA) ปรับขึ้นราว 0.6% ทำสถิติสูงสุดระหว่างวันครั้งใหม่ ขณะที่ S&P 500 ทรงตัว และ Nasdaq Composite ปรับลง สะท้อน “การสลับกลุ่มลงทุน” มากกว่าความแข็งแกร่งทั้งกระดาน อัตราว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.2% ต่ำกว่าคาดที่ 4.3% ส่วนการคาดการณ์เส้นทางดอกเบี้ยขยับเพียงเล็กน้อย โดยความน่าจะเป็นโดยนัยของการ “คงดอกเบี้ย” ในการประชุมปลายเดือนก.ค.ขยับเข้าใกล้ 82% อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีอ่อนตัวลง และการปรับขึ้นตลอดสัปดาห์เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพคล่องที่บางก่อนตลาดปิดทำการในวันศุกร์เนื่องในวันชาติสหรัฐฯ โดยสัปดาห์หน้ามี ISM ภาคบริการในวันจันทร์ และรายงานการประชุม FOMC เดือนมิ.ย.ในวันพุธ
หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ร่วงต่อเป็นวันที่สอง โดยทั้งกลุ่มลดลงหลายเปอร์เซ็นต์ และผู้ผลิตอุปกรณ์ 2 รายร่วงเกือบ 8% ขณะที่หุ้นชี้นำอย่าง Nvidia และ Micron ก็อ่อนตัวเช่นกัน ระดับทางเทคนิคที่นักเทรดอ้างอิง ได้แก่ แนวต้านใกล้ 53,000 จุด แนวรับที่ 52,000 และ 51,000 จุด รวมถึงเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล (EMA) 50 ช่วงราว 50,700 จุด และ EMA 200 ช่วงใกล้ 48,400 จุด ดัชนีโมเมนตัมที่จับตาได้แก่ Stoch RSI แถว 72 ข้อมูลพื้นหลังยังรวมถึงโครงสร้าง DJIA ที่ประกอบด้วยหุ้น 30 ตัว คำนวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยราคา (price-weighted) และมีตัวหาร (divisor) ที่ 0.152 ตลอดจนการอ้างถึง Dow Theory ที่ใช้ทั้ง DJIA และ DJTA และกองทุน ETF SPDR DJIA (DIA) ในฐานะเครื่องมือยอดนิยมสำหรับเข้าถึงสินทรัพย์ดังกล่าว
การหมุนจากเทคไปสู่อุตสาหกรรม และการจัดพอร์ตเชิงแทคติก
เรากำลังเห็นการหมุนออกจากหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าแพงไปสู่หุ้นอุตสาหกรรมที่ถูกกว่าใน Dow อย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่การปรับขึ้นแบบทั้งตลาด ดังนั้นควรวางตำแหน่งเพื่อรับประโยชน์จากช่องว่างผลตอบแทนระหว่าง Nasdaq กับ Dow ที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อไป วิธีเล่นที่ตรงที่สุดคือทำคู่สถานะ Long ฟิวเจอร์ส Dow (/YM) พร้อมกับ Short ฟิวเจอร์ส Nasdaq (/NQ) เพื่อเก็งกำไรจากความผันแยก (divergence) ระหว่างกัน
แรงขายในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ดูเหมือนมากกว่าการขายทำกำไร และเรามองว่าเป็นการทบทวนเชิงพื้นฐานของธีม AI รายงานล่าสุดจากซัพพลายเออร์รายใหญ่ในเอเชียบางรายประเมินว่าความต้องการ GPU ภาคองค์กรในครึ่งหลังของปี 2026 จะลดลง 5% ซึ่งหนุนแนวคิดว่า วงจรการลงทุน (capex cycle) กำลังชะลอตัว สิ่งนี้ชี้ว่าหุ้นเทคยังมีแรงกดดันต่อเนื่อง ทำให้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงอย่างการซื้อพุทสเปรดบน QQQ เป็นทางเลือกที่รอบคอบ
มุมมองดอกเบี้ย ความระมัดระวังของตลาด และระดับแนวรับของ Dow
เราไม่คาดว่าเฟดจะตอบสนองต่อตัวเลขจ้างงานเดือนมิ.ย.ที่อ่อนลงด้วยการลดดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ เครื่องมือ CME FedWatch ยังสะท้อนความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีต่ำกว่า 20% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปียังคงทรงตัวแข็งแกร่งเหนือ 4.5% ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดตราสารหนี้เห็นพ้องว่าเฟดจะ “คงดอกเบี้ย” ดังนั้นเราไม่ควรวางพอร์ตเพื่อเดิมพันกับความเซอร์ไพรส์เชิงผ่อนคลาย (dovish surprise) ในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
ต้องไม่ลืมว่าสถิติสูงสุดใหม่ของ Dow เกิดขึ้นบนปริมาณซื้อขายที่เบาบางมากก่อนสุดสัปดาห์วันหยุดยาว ประวัติศาสตร์ชี้ว่า การเคลื่อนไหวในตลาดที่สภาพคล่องบาง (thin market) เช่นที่เห็นเมื่อวาน มักไม่น่าเชื่อถือและสามารถกลับทิศได้เร็วเมื่อผู้เล่นกลับเข้าสู่ตลาด รายงาน ISM ภาคบริการและรายงานการประชุม FOMC สัปดาห์หน้าจะให้ภาพที่ชัดเจนมากขึ้น และเรากำลังใช้จังหวะนี้เพื่อทำเฮดจ์รับความเสี่ยงของการย่อตัว
ในระยะสั้น อคติของเรายัง “บวกแบบระมัดระวัง” ต่อ Dow ตราบใดที่ยังยืนเหนือระดับ 52,000 จุด เรามองว่านี่คือโซนแนวรับสำคัญ และกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือขายออปชันพุทนอกเงิน (out-of-the-money) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike) ต่ำกว่า 51,500 จุด เพื่อรับค่าเบี้ยประกัน (premium) พร้อมสะท้อนมุมมองว่า หากมีการย่อระยะสั้นจะไม่ลึกและน่าจะมีแรงซื้อรองรับ
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets