USD/JPY พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบหลายทศวรรษเหนือ 162.00 แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 1% เมื่อเดือนที่แล้ว การเคลื่อนไหวดังกล่าวยิ่งตอกย้ำ “ช่องว่าง” ที่ยังคงกว้างอยู่: ส่วนต่างราว 275 เบสิกพอยต์ยังคงแยกอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ออกจาก BoJ และ Fed ยังยืนท่าทีคุมเข้ม (hawkish) เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นเพิ่มการส่งสัญญาณเตือนมากขึ้น ขณะที่กระทรวงการคลัง (MoF) ถูกโยงกับ “เส้นที่ไม่ได้พูดออกมา” บริเวณใกล้ 160.00 ซึ่งเป็นระดับที่เคยเชื่อมโยงกับการดำเนินการของภาครัฐมาก่อน แม้ยังไม่เคยได้รับการยืนยันอย่างชัดเจน
ความเสี่ยงการแทรกแซงเพิ่มขึ้นเมื่อคู่เงินเข้าใกล้ 163.00 และต่อด้วย 164.00 อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ในอดีตบ่งชี้ว่าการเข้าซื้อเยนอาจกดราคาได้เพียงช่วงสั้น ๆ โฟกัสย้ายไปที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ (Nonfarm Payrolls: NFP) ในวันพฤหัสบดี เวลา 12:30 GMT ซึ่งเลื่อนมาเร็วขึ้นจากวันหยุด Independence Day โดยตลาดคาด 110K เทียบกับ 172K ก่อนหน้า และอัตราว่างงานคาดที่ 4.3% แนวรับอยู่ที่ 160.00 ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับ EMA 50 วัน ตามด้วย 158.50 อินดิเคเตอร์โมเมนตัมสะท้อน Stoch RSI อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) ขณะที่ภาพรวมยังเป็นขาขึ้น เว้นแต่จะปิดรายวันต่ำกว่า 160.00
ส่วนต่างดอกเบี้ยและพลวัตการแทรกแซง
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยขนาดใหญ่ระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดนี้ แม้ BoJ จะขึ้นดอกเบี้ยล่าสุด แต่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ยังสูงกว่าราว 2.75% ทำให้กลยุทธ์แคร์รี่เทรด (กู้เยนไปซื้อดอลลาร์) ยังมีความคุ้มค่าสูงมาก เรามองว่าแนวโน้มนี้จะยังไม่สิ้นสุดจนกว่า “คณิตศาสตร์พื้นฐาน” ดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
รายงาน NFP วันนี้เป็นประเด็นที่ตลาดจับตาทันที โดยเฉพาะหลังข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนออกมาอ่อนแอในสัปดาห์นี้ เพิ่มความไม่แน่นอน ฉันทามติอยู่ต่ำที่ 110,000 ตำแหน่ง และหากออกมาต่ำกว่านี้อาจกดดันดอลลาร์และช่วยให้เยนได้พักหายใจชั่วคราว อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขแข็งแกร่ง จะยิ่งตอกย้ำความได้เปรียบด้านผลตอบแทน (yield) ของดอลลาร์ และมีโอกาสดัน USD/JPY ทำจุดสูงสุดใหม่ ท้าทายให้ทางการญี่ปุ่นต้องตัดสินใจ
เราควรมอง “ภัยคุกคาม” ของการแทรกแซงจาก MoF เป็นแหล่งความผันผวน ไม่ใช่สัญญาณกลับทิศของแนวโน้ม ญี่ปุ่นเคยใช้เงินแทรกแซงเป็นสถิติ ¥9.8 ล้านล้าน (ราว 62 พันล้านดอลลาร์) ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2024 ซึ่งทำได้เพียงกดคู่เงินจาก 160 ลงไป 155 ชั่วครู่ก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง การแทรกแซงรอบนี้หากเกิดขึ้น น่าจะทำให้ราคาดิ่งแรงระยะสั้น ซึ่งเรามองเป็นโอกาสที่ดีกว่าในการกลับเข้า Long
กลยุทธ์ออปชันและระดับสำคัญ
สำหรับช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เราเห็นว่าการใช้ออปชันเพื่อสร้างกลยุทธ์ bull call spread เป็นแนวทางที่รอบคอบ ช่วยให้ได้ประโยชน์จากการไต่ระดับต่อไปสู่ 163.00 และ 164.00 พร้อมกำหนดความเสี่ยงได้ชัดเจน ซึ่งสำคัญในตลาดที่อาจเกิดการร่วงทีละหลายเยนจากการแทรกแซงได้ทุกเมื่อ
เพื่อป้องกันสถานะ Long ที่มีอยู่ เราควรพิจารณาซื้อ put ออปชันอายุสั้น โดยเฉพาะเมื่อคู่เงินทำจุดสูงสุดใหม่ ให้มอง put เหล่านี้เป็น “ประกันภัย” ต่อการดิ่งลงฉับพลันจากมาตรการทางการ ช่วยเฮดจ์ความเสี่ยงด้านลบโดยไม่ต้องออกจากแนวโน้มขาขึ้นหลัก ต้นทุนของออปชันเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการอยู่ในเทรดที่ทำกำไรได้ แต่มีความเสี่ยงสูง
ด้วยความไม่แน่นอนของ NFP วันนี้ กลยุทธ์ long straddle อาจเหมาะกับเทรดเดอร์ที่คาดหวังการแกว่งแรงแต่ไม่มั่นใจทิศทาง ซึ่งคือการซื้อทั้ง call และ put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อทำกำไรจากการพุ่งของความผันผวน ไม่ว่าตัวเลขการจ้างงานจะออกมาดีกว่าคาดมากหรือแย่กว่าคาดมาก นี่เป็นการเล่น “เหตุการณ์” โดยตรงว่าตัวเลขจะสร้างแรงกระแทกให้ตลาด
กลยุทธ์ของเราคือใช้ระดับ 160.00 เป็นจุด pivot หลัก ตราบใดที่ยังยืนเหนือระดับนี้ เรายังคงมุมมองขาขึ้น แต่หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวอย่างชัดเจน (ซึ่งอาจถูกบังคับจากการแทรกแซง) จะเป็นสัญญาณว่าต้องทบทวนมุมมองเชิงบวกใหม่ จนกว่าจะถึงตอนนั้น การย่อตัวลงมาใกล้โซนนี้ยังเป็นโอกาสในการสะสมเพื่อการถือครองระยะยาว โดยมีแรงหนุนที่ทรงพลังที่สุดในตลาด FX: ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets