ราคาทองคำในอินเดียปรับลดลงในวันจันทร์ ตามข้อมูลที่ FXStreet รวบรวม โดยทองคำอยู่ที่ 12,319.05 รูปีต่อกรัม เทียบกับ 12,401.28 รูปีในวันศุกร์ ขณะที่ราคาต่อโทลาลดลงมาอยู่ที่ 143,687.00 รูปี จาก 144,646.10 รูปี ทั้งนี้ FXStreet ยังประเมินราคาที่ 123,188.70 รูปีต่อ 10 กรัม และ 383,160.90 รูปีต่อทรอยออนซ์ การคำนวณดังกล่าวเป็นการปรับราคาทองคำสากลผ่านอัตรา USD/INR ให้เป็นหน่วยท้องถิ่น โดยอัปเดตรายวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงราคาอ้างอิง และราคาในตลาดท้องถิ่นอาจแตกต่างกันได้
ข้อมูลดังกล่าวอยู่ควบคู่กับบริบทตลาดในวงกว้างเกี่ยวกับบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์รักษามูลค่าและเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงิน โดยธนาคารกลางถูกระบุว่าเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด และข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตันในปี 2022 คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับการซื้อรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น จีน อินเดีย และตุรกี เพิ่มทุนสำรอง นอกจากนี้ ราคายังถูกอธิบายว่ามีความสัมพันธ์ผกผันกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ความแข็งแกร่งของดอลลาร์และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยกดดันทองคำ
เรากำลังเห็นราคาทองคำย่อตัวลง สะท้อนความแข็งแกร่งล่าสุดของดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนีดอลลาร์ (DXY) ขณะนี้ซื้อขายใกล้ระดับ 106.5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน และโดยปกติจะสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์ ความสัมพันธ์ผกผันนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่เราติดตาม เพราะส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำสากลซึ่งเป็นฐานในการคำนวณราคาในประเทศ
การอ่อนตัวของราคาครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากตลาดกำลังสะท้อนโทนที่ “เข้มงวด” มากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) หลังข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งล่าสุด ข้อมูลย้อนหลังช่วงปี 2022-2023 ชี้ว่า ช่วงที่อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น หรือคาดว่าจะลดดอกเบี้ยน้อยลง มักทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนอย่างทองคำดูไม่น่าสนใจ เรามองว่าแรงขับเคลื่อนดังกล่าวกำลังกดดันโลหะมีค่าตัวนี้อยู่ในขณะนี้
สถานะการลงทุนของนักเก็งกำไร กลยุทธ์ออปชัน และแรงหนุนจากธนาคารกลาง
เมื่อพิจารณาสถานะการลงทุนในตลาด รายงาน Commitment of Traders (CFTC) ล่าสุดระบุว่า กลุ่มนักเก็งกำไรรายใหญ่ได้ลดสถานะสุทธิฝั่งซื้อ (net-long) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน สะท้อนการผ่อนคลายของมุมมองเชิงบวกระหว่างนักลงทุนสถาบันเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาขึ้นล่าสุดอาจกำลังชะลอลง และเปิดโอกาสต่อกลยุทธ์ระยะสั้น
สำหรับผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ ภาวะเช่นนี้อาจเอื้อต่อการขายคอลออปชันที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money) เพื่อรับพรีเมียม เรามองว่านี่เป็นการเดิมพันว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบหรือค่อย ๆ อ่อนตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า มากกว่าที่จะดีดขึ้นแรง กลยุทธ์นี้อาศัยปัจจัยลบปัจจุบันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ย
อย่างไรก็ดี ยังต้องคำนึงถึงแรงหนุนพื้นฐานจากธนาคารกลาง ซึ่งยังคงเป็นผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลสภาทองคำโลกสำหรับไตรมาส 1/2026 ระบุว่ายังมีการซื้อสุทธิ แม้จะชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ดังนั้น การซื้อพุทออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยง (protective put) อาจเป็นแนวทางที่รอบคอบ เพื่อรับมือเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจปะทุโดยไม่คาดคิดและกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะติดตามรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ (CPI) ที่กำลังจะประกาศอย่างใกล้ชิด เพื่อมองหาสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัว ข้อมูลใด ๆ ที่ทำให้เส้นทางคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของ Fed เปลี่ยนไป จะเป็นปัจจัยเร่ง (catalyst) สำคัญลำดับถัดไปต่อค่าเงินดอลลาร์ และ consequently ต่อทองคำ ซึ่งจะมีความสำคัญต่อการปรับสถานะออปชันและฟิวเจอร์สให้สอดคล้องกัน
เริ่มต้นเทรดเดี๋ยวนี้ — คลิกที่นี่เพื่อสร้างบัญชีจริงของคุณกับ VT Markets