
ประเด็นสำคัญ
- น้ำมันดิบ WTI ลดลงแถว $95.34 จากเดิมที่บวก เพราะความหวังเรื่อง “หยุดยิง” (ceasefire: ตกลงหยุดการสู้รบชั่วคราว) ทำให้ “ค่าความเสี่ยงทางการเมือง” (risk premium: ส่วนเพิ่มของราคาเพราะกลัวเหตุการณ์เสี่ยง เช่น สงครามทำให้ส่งน้ำมันไม่ได้) ในตะวันออกกลางลดลง
- สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ (US crude inventories: ปริมาณน้ำมันดิบที่เก็บอยู่ในคลังในสหรัฐ) ลดลง 8.0 ล้านบาร์เรล เหลือ 433.7 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่คาดว่าจะลด 4.0 ล้านบาร์เรล
- ภาพระยะสั้นยังไม่ชัดเจน โดยจับตาแนวต้าน $95.70 และแนวรับ $94.72 (แนวต้าน/แนวรับ: ระดับราคาที่มักชนแล้วกลับตัว)
ภาพรวมการตั้งค่า (The Setup)
ราคาน้ำมันย่อลงวันพฤหัสฯ หลังตลาดตอบรับข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ทำให้คาดหวังว่าจะมีความคืบหน้าไปสู่การลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน น้ำมันดิบ WTI ลดลงราว 0.8% มาแถว $95.24 ส่วน Brent ลดลงใกล้ $96.92 (Brent: น้ำมันอ้างอิงหลักของยุโรป/ตลาดโลก, WTI: น้ำมันอ้างอิงหลักของสหรัฐ)
ต่างจากวันก่อนหน้า ที่ Brent และ WTI เพิ่มขึ้นราว 2% หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางกลับมาสูงขึ้น ทำให้กังวลว่าอาจกระทบการส่งมอบน้ำมันแถวช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก)
สำหรับผู้เทรด CFD น้ำมัน (CFD: สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เก็งกำไรราคาโดยไม่ต้องถือสินค้าจริง) ตลาดยังน่าสนใจ ความเสี่ยงด้านการเมืองลดลง แต่ข้อมูลฝั่งอุปทาน (supply: ปริมาณน้ำมันที่มีในตลาด) ยังตึงตัว ทำให้ WTI ถูกดึงคนละทางระหว่างความหวังสันติภาพกับสต็อกสหรัฐที่ลดแรงกว่าคาด
โซนสำหรับเทรด (The Trade Zone)
| โซน | ระดับ | สัญญาณการทำ |
| แนวต้านสำหรับเบรกขึ้น (Breakout Resistance: จุดที่ถ้าทะลุได้มักไปต่อ) | 95.7 | ราคาต้องกลับมายืนเหนือราคาเปิดของวัน (session open: ราคาเปิดของรอบ/วันเทรด) |
| แนวต้านที่แข็งแรงกว่า | 95.87 | จุดสูงสุดระหว่างวัน (intraday high: จุดสูงสุดในวัน) และเป็นตัวกระตุ้นขาขึ้นถัดไป |
| จุดอ้างอิงด้านบน | 96.18 | โซนฟื้นตัวกว้างขึ้น |
| จุดหมุนระยะสั้น (Pivot: ระดับที่ราคาแกว่งกลับไปมา) | 95.3 | บริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่รวมกัน (moving average cluster: เส้น MA หลายเส้นอยู่ใกล้กัน) และเป็นโซนที่ราคาซื้อขายอยู่ |
| แนวรับใกล้สุด | 94.72 | จุดต่ำสุดระหว่างวัน (intraday low: จุดต่ำสุดในวัน) และระดับแรกด้านล่าง |
| แนวรับลึกกว่า | 94.3 | โซนแนวรับเดิมบนกราฟ |
| โซนเสี่ยงด้านล่าง | 94.04 | พื้นที่ที่อาจไหลลงต่อ (bearish extension: โอกาสลงต่อ) |
WTI เคลื่อนไหวใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average/MA: ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) ระยะสั้น โดย MA 5 ช่วงอยู่ที่ 95.299, MA 10 ช่วงอยู่ที่ 95.221, และ MA 20 ช่วงอยู่ที่ 95.098
การที่เส้น MA มาอยู่ใกล้กันบอกว่าตลาดพยายามตั้งหลักหลังย่อลง ราคาเด้งจากจุดต่ำสุดแถว 94.72 แต่ยังต้องกลับมายืนเหนือ 95.70 เพื่อให้แรงซื้อ (momentum: แรงส่งของราคา) กลับมา
ถ้าหลุด 94.72 โอกาสฟื้นจะอ่อนลง และอาจเห็นราคาลงไปทดสอบโซนแถว 94.30
แนวทางที่เทรดเดอร์ใช้กับน้ำมันตอนนี้

ถ้าราคาขึ้นเหนือ 95.70 จะเป็นสัญญาณขาขึ้นแรก (bullish signal: สัญญาณว่าอาจขึ้นต่อ) แปลว่าฝั่งซื้อยังกลับมา แม้ “ส่วนเพิ่มราคาเพราะความเสี่ยง” จะอ่อนลง
ถ้า WTI ผ่าน 95.87 อาจจับตาไปที่ 96.18 และแนวต้านกว้างแถว 96.95
ถ้าราคาลงต่ำกว่า 94.72 บรรยากาศจะเปลี่ยนไป โดยอาจหมายความว่าความหวังหยุดยิงกดราคาน้ำมันมากกว่า แม้สต็อกจะตึง
แผนที่ชัดกว่าคือรอการยืนยัน (confirmation: รอให้ทะลุแนวรับ/แนวต้านจริงก่อน) เพราะ WTI ยังประคองตัวแถวกลุ่มเส้น MA ดังนั้นอาจรอให้เบรกเหนือแนวต้านหรือหลุดแนวรับก่อนค่อยตัดสินใจ
ทำไมตลาดนี้ยังเคลื่อนไหวแรง
ราคาน้ำมันถูกดันด้วยแรงสองฝั่งที่สวนทางกัน
แรงแรกคือการเมืองระหว่างประเทศ ข้อตกลงหยุดยิงอิสราเอล-เลบานอนลดความกังวลด้านอุปทานทันที และเพิ่มความหวังต่อการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าอาจมีความคืบหน้าเร็วสุดภายในสุดสัปดาห์นี้ แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี บอกว่ายังไม่มีความคืบหน้า
แรงที่สองคือแรงกดดันฝั่งอุปทาน สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 8.0 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ค. มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลด 4.0 ล้านบาร์เรล ปริมาณสต็อกเชิงพาณิชย์ (commercial crude stocks: สต็อกของภาคธุรกิจ ไม่ใช่คลังยุทธศาสตร์) ตอนนี้อยู่ที่ 433.7 ล้านบาร์เรล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีช่วงเดียวกันราว 3%
แรงต้านกันนี้ทำให้ราคาผันผวน ข่าวหยุดยิงกดราคาด้วยการลด “ส่วนเพิ่มความเสี่ยง” แต่สต็อกที่ลดลงอาจช่วยจำกัดการลง หากตลาดเริ่มมองว่าอุปทานจะยิ่งตึงก่อนความต้องการช่วงหน้าร้อนที่มักสูงสุด (peak summer demand: ช่วงที่ใช้น้ำมันมาก)
เทรด CFD น้ำมันดิบกับ VT Markets
น้ำมันดิบยังเป็นตลาด CFD ที่เคลื่อนไหวมาก เมื่อปัจจัยการเมือง สต็อก และความคาดหวังด้านอุปสงค์ทั่วโลก (demand: ความต้องการซื้อ/ใช้) ชนกัน
กับ VT Markets เทรดเดอร์เข้าถึง CFD น้ำมันดิบ พร้อมทองคำ ฟอเร็กซ์ (forex: ซื้อขายค่าเงิน) ดัชนี หุ้น ETF (กองทุนรวมที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) และตลาดโลกอื่น ๆ ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยเห็นภาพเศรษฐกิจภาพใหญ่ ตั้งแต่น้ำมันและความคาดหวังเงินเฟ้อ ไปจนถึงดอลลาร์สหรัฐและบรรยากาศตลาดหุ้น
ใช้เครื่องมือกราฟของ VT Markets เพื่อติดตามเส้น MA แนวรับ แนวต้าน และพฤติกรรมการเบรก (breakout: ทะลุกรอบราคา) เมื่อรูปแบบการเทรดน้ำมันรอบต่อไปเริ่มชัด
เริ่มเทรด CFD น้ำมันดิบ กับ VT Markets วันนี้
ทำไมคนถึงเทรดน้ำมันแบบ CFD?
CFD น้ำมันดิบช่วยให้เทรดเดอร์เก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง โดยไม่ต้องมีน้ำมันจริงหรือสัญญาฟิวเจอร์ส (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีวันส่งมอบ/ชำระราคา)
ความยืดหยุ่นนี้ช่วยได้เมื่อราคาน้ำมันตอบสนองข่าวเร็ว ถ้าความหวังหยุดยิงเพิ่มขึ้น อาจมองแผนฝั่งลงได้ ถ้าความเสี่ยงด้านอุปทานกลับมา หรือสต็อกลดต่อ ก็เฝ้าดูแรงขึ้นได้
กับ VT Markets เทรดเดอร์ติดตาม การเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบ แบบเรียลไทม์ และเทียบกับตลาด CFD ใหญ่อื่น ๆ ได้ในบัญชีเดียว
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
จับตาแนวต้าน $95.70 และแนวรับ $94.72
ถ้าทะลุ $95.70 อาจหมายถึงฝั่งซื้อรับแรงย่อจากข่าวหยุดยิงได้ หากหลุด $94.72 อาจกลับไปโฟกัส $94.30
นอกเหนือจากกราฟ ปัจจัยถัดไปคือข่าวการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน ความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซ และข้อมูลสต็อกใหม่ ๆ IEA (International Energy Agency: องค์การพลังงานระหว่างประเทศ) เตือนว่าสต็อกน้ำมันโลกกำลังลดลงเร็ว จึงอาจผันผวนต่อก่อนถึงช่วงความต้องการหน้าร้อนสูงสุด
คำถามจากเทรดเดอร์
ทำไมราคาน้ำมันวันนี้ถึงลดลง?
ราคาน้ำมันลดลงเพราะความหวังเรื่องหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนทำให้ “ส่วนเพิ่มความเสี่ยงทางการเมือง” ในตลาดน้ำมันลดลง เทรดเดอร์ยังจับตาว่าถ้าการคุยสหรัฐ-อิหร่านคืบหน้า อาจลดความเสี่ยงการส่งมอบน้ำมันแถวช่องแคบฮอร์มุซ
ระดับสำคัญของ WTI ที่ควรดูคืออะไร?
ระดับสำคัญระยะสั้นคือ $95.70 ถ้าขึ้นเหนือได้อาจแปลว่าฝั่งซื้อกลับมา ส่วนด้านล่าง แนวรับแรกคือ $94.72 หากหลุดอาจเห็น $94.30
สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐส่งผลต่อราคาน้ำมันอย่างไร?
สต็อกที่ลดลงมักช่วยพยุงราคา เพราะสะท้อนว่าอุปทานตึงขึ้น รอบล่าสุดสต็อกลดมากกว่าคาด จึงอาจช่วยจำกัดการลง แม้ข่าวหยุดยิงจะกดราคา
ราคาน้ำมันจะกลับขึ้นได้ไหม?
ราคาน้ำมันอาจฟื้น หากความเสี่ยงด้านอุปทานกลับมา การคุยสหรัฐ-อิหร่านสะดุด หรือสต็อกยังลดต่อก่อนช่วงความต้องการหน้าร้อนสูงสุด หากขึ้นเหนือ $95.70 จะทำให้มุมมองขาขึ้นระยะสั้นของ WTI แข็งแรงขึ้น
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets