ราคาทองคำในซาอุดีอาระเบียปรับตัวลดลงในวันศุกร์ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ 498.98 ริยาลซาอุฯ ต่อกรัม ลดลงจาก 507.96 ริยาลซาอุฯ ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ราคาต่อตอลา (tola) อ่อนลงสู่ 5,820.32 ริยาลซาอุฯ จาก 5,924.75 ริยาลซาอุฯ นอกจากนี้ ตารางของ FXStreet ยังระบุราคาทองคำที่ 4,990.06 ริยาลซาอุฯ ต่อ 10 กรัม และ 15,520.36 ริยาลซาอุฯ ต่อทรอยออนซ์ โดยมีการอัปเดตรายวันซึ่งคำนวณจากราคาในตลาดสากลและปรับด้วยอัตรา USD/SAR ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าโดยประมาณ และราคาเสนอซื้อขายในท้องถิ่นอาจแตกต่างเล็กน้อย
รายงานย้ำบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่า สินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) และเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงิน โดยระบุว่าธนาคารกลางเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด และได้เพิ่มการถือครอง 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ซึ่งเป็นสถิติการซื้อสุทธิรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อีกทั้งยังระบุว่า จีน อินเดีย และตุรกีได้เพิ่มทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง ทองคำยังถูกอธิบายว่ามีความสัมพันธ์ผกผันกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และมักตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคา XAU/USD
ความท้าทายระยะสั้นต่อราคาทองคำ
เราพบว่าราคาทองคำอ่อนตัวลงเล็กน้อย สอดคล้องกับความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐในช่วงล่าสุด หลังธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ส่งสัญญาณ “คงดอกเบี้ยแบบเข้มงวด” (hawkish hold) ในการประชุมช่วงต้นเดือนมิถุนายน ขณะนี้ตลาดประเมินความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยก่อนสิ้นปีลดลง ซึ่งโดยทั่วไปจะกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เช่น ทองคำ แรงกดดันระยะสั้นนี้เป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการวางสถานะในช่วงใกล้ ๆ
แรงหนุนเชิงโครงสร้างและกลยุทธ์การเทรด
อย่างไรก็ดี ภาพใหญ่ยังสะท้อนแรงหนุนพื้นฐานที่แข็งแกร่งต่อทองคำ ทำให้การย่อตัวอย่างมีนัยสำคัญอาจเป็นโอกาสได้ การซื้อทองคำของธนาคารกลางยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยข้อมูลล่าสุดของสภาทองคำโลกสำหรับไตรมาส 1 ปี 2026 ระบุว่า ธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่เพิ่มทองคำเข้าทุนสำรองอีก 290 ตัน อุปสงค์ที่ต่อเนื่องนี้ช่วยสร้าง “พื้น” ให้ตลาด โดยดูดซับอุปทานในช่วงที่ราคาอ่อนตัว
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อที่ยืนสูงยังทำให้แนวโน้มสำหรับนักเทรดซับซ้อนขึ้น โดยข้อมูล CPI สหรัฐล่าสุดเดือนพฤษภาคมออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.1% ตอกย้ำว่าบทบาทของทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อยังมีความสำคัญ เรามองว่าสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณขัดแย้ง—ดอลลาร์แข็งค่าเทียบกับความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังเหนียวแน่น—มีแนวโน้มเพิ่มความผันผวนของราคา
สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ ประเด็นนี้ชี้ไปที่กลยุทธ์ที่เน้น “ความผันผวน” ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยดัชนีความผันผวนทองคำ (Gold Volatility Index: GVZ) ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนที่ 18.5 ทำให้ออปชันดูน่าสนใจมากขึ้น เรากำลังพิจารณากลยุทธ์ซื้อสตรัดเดิล (straddle) หรือสตรังเกิล (strangle) ซึ่งจะได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาอย่างมีนัยสำคัญไม่ว่าทางขึ้นหรือทางลง โดยไม่จำเป็นต้องทำนายทิศทางให้ถูกต้อง
ในเชิงประวัติศาสตร์ ช่วงที่ความไม่แน่นอนด้านนโยบายของเฟดผสานกับความไม่มั่นคงทั่วโลก เช่น ปี 2019 มักนำไปสู่การซื้อขายผันผวนและแกว่งตัวในกรอบก่อนจะเกิดการ “เบรกเอาต์” ในท้ายที่สุด เราคาดว่ารูปแบบคล้ายกันอาจเกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าความอดทนเป็นกุญแจสำคัญ เราใช้ออปชันเพื่อวางสถานะรองรับการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ โดยจำกัดความเสี่ยงในตลาดที่กำลังคาดเดายากขึ้นเรื่อย ๆ