ดัชนีราคาวัตถุดิบ (Raw Materials Price Index) ของแคนาดาเพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนพฤษภาคม ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.1% สะท้อนโมเมนตัมของต้นทุนปัจจัยการผลิตที่อ่อนตัวกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ส่งสัญญาณแรงกดดันด้านราคาในต้นน้ำที่ซอฟต์ลงในช่วงเดือนดังกล่าว
เมื่อผลจริงต่ำกว่าฉันทามติ ข้อมูลชี้ว่าราคาวัตถุดิบปรับขึ้นช้ากว่าที่คาดในเดือนพฤษภาคม ตัวเลขนี้เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มต้นทุนที่ส่งผ่านไปตามห่วงโซ่อุปทาน โดยผลรวมอยู่ที่ 0.7% เทียบกับคาดการณ์ 1.1%
แนวโน้มนโยบายธนาคารกลางแคนาดา (BoC) และกลยุทธ์เทรดอัตราดอกเบี้ย
การที่ดัชนีราคาวัตถุดิบของแคนาดาในเดือนพฤษภาคมออกมาอ่อนแอกว่าคาด ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนปัจจัยการผลิตกำลังชะลอลง ซึ่งเปิดช่องให้ธนาคารกลางแคนาดามีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนข้างหน้า มุมมองนี้ยิ่งได้รับแรงหนุนจากรายงานล่าสุดของสถิติแคนาดา (Statistics Canada) ที่ระบุว่า CPI รายปีได้ชะลอลงมาอยู่ที่ 2.5% เข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางมากขึ้น
ภายใต้บริบทดังกล่าว เรามองหาเครื่องมืออนุพันธ์อัตราดอกเบี้ยที่จะได้ประโยชน์จากท่าทีที่ผ่อนคลาย (dovish) มากขึ้นของธนาคารกลาง ผู้ลงทุนควรพิจารณาสถานะที่สะท้อนความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยภายในสิ้นไตรมาส 3 โดยเฉพาะหลัง BoC ส่งสัญญาณน้ำเสียงอ่อนลงในการประชุมวันที่ 10 มิถุนายน ในอดีต BoC มักดำเนินนโยบายเชิงรุกเมื่อดัชนีชี้นำเงินเฟ้อ เช่น ตัวชี้วัดนี้ แสดงความอ่อนแออย่างต่อเนื่อง
ผลต่อการเทรดค่าเงินดอลลาร์แคนาดาและอนุพันธ์หุ้น
มุมมองดังกล่าวทำให้เรามีท่าทีเชิงลบต่อดอลลาร์แคนาดา โดยเฉพาะเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยในแคนาดาจะลดลงอาจกดดันค่าเงิน ซึ่งยิ่งถูกขยายผลจากราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงล่าสุด โดย WTI ซื้อขายใกล้ระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เราเห็นโอกาสในการซื้อออปชันฝั่ง Put บน CAD หรือเปิดสถานะขายในสัญญาฟิวเจอร์ส CAD/USD
สำหรับอนุพันธ์หุ้น ทิศทางยังไม่ชัดเจนมากนัก จึงควรใช้กลยุทธ์ที่ระมัดระวังมากขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงโดยทั่วไปเป็นปัจจัยบวกต่อดัชนี S&P/TSX 60 แต่ข้อมูลวัตถุดิบที่อ่อนแอก็ชี้ถึงความเสี่ยงการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งอาจกดดันกำไรบริษัท ความแตกต่างของสัญญาณนี้อาจเหมาะกับกลยุทธ์อย่างออปชันแบบสแตรดเดิล (straddle) เพื่อเก็งความเป็นไปได้ที่ความผันผวนของตลาดจะเพิ่มขึ้น