ข้อมูลของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (CFTC) ระบุว่า สถานะสุทธิของทองคำที่ถือโดยนักลงทุนกลุ่มไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (non-commercial) ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 173.8k จาก 176k ในรอบรายงานก่อนหน้า การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนการถอยลง 2.2k สัญญาจากระดับของสัปดาห์ก่อนหน้า
นักเก็งกำไรลดความเสี่ยงท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่ขัดแย้งกัน
เรากำลังเห็นการลดลงเล็กน้อยของสถานะซื้อสุทธิ (net long) ในสัญญาทองคำล่วงหน้า แต่ภาพรวมของการวางสถานะยังคงเป็นฝั่งบวกอย่างชัดเจน การอ่อนตัวเล็กน้อยจาก 176,000 มาอยู่ที่ 173,800 สัญญา ไม่ได้สะท้อน “การแห่ออกจากตลาด” หากแต่บ่งชี้ว่านักเก็งกำไรรายใหญ่บางส่วนกำลังลดขนาดการถือครองและทยอยทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นมาแรง
ความระมัดระวังดังกล่าวมีเหตุผลเมื่อพิจารณาสัญญาณเศรษฐกิจที่ออกมาค่อนข้างขัดแย้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.1% แต่ประมาณการของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังสะท้อนท่าทีไม่เร่งลดดอกเบี้ย ความไม่แน่นอนเรื่องจังหวะของการผ่อนคลายนโยบายการเงินจึงน่าจะกระตุ้นให้ผู้เล่นบางส่วนลดความเสี่ยง
ช่วงพักฐานและโอกาสเชิงกลยุทธ์
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ เรามองว่านี่เป็นช่วง “พักฐาน” มากกว่าการทำจุดสูงสุดสำคัญ การย่อตัวล่าสุดของทองคำจากระดับ 2,420 ดอลลาร์ อาจเป็นโอกาสในการกลับเข้า (re-enter) หรือเพิ่มสถานะฝั่งซื้อในราคาที่เหมาะสมขึ้น โดยอาจจับตาบริเวณเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน เรากำลังพิจารณากลยุทธ์ขายพุตแบบมีเงินสดค้ำประกัน (cash-secured puts) หรือใช้สเปรดคอลแบบขาขึ้น (bull call spreads) เพื่อใช้ประโยชน์จากความอ่อนแรงที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
แรงหนุนพื้นฐานของทองคำยังคงแข็งแกร่ง ดังนั้นเรายังไม่เปลี่ยนมุมมองเป็นขาลง การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลาง โดยประเทศต่าง ๆ เพิ่มการถือครองรวมกว่า 290 ตันในไตรมาส 1/2026 เพียงไตรมาสเดียว ยังคงช่วย “รองรับราคา” ตลาดไว้ อุปสงค์ระยะยาวดังกล่าวประกอบกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินอยู่ หมายความว่าการปรับฐานแรง ๆ มีแนวโน้มจะถูกมองเป็นโอกาสเข้าซื้อมากกว่าเป็นสัญญาณกลับทิศอย่างถาวร