ผลสำรวจของรอยเตอร์ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank Rate) ไว้ที่ 3.75% ในการประชุมวันที่ 18 มิถุนายน จากการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ 65 ราย โดยภาพคาดการณ์หลังเดือนมิถุนายนมีความเห็นแตกออกเป็นสองฝั่ง: 40% คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงปลายปี ขณะที่มี 6 รายคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย สำหรับด้านราคา ผลสำรวจคาดว่าเงินเฟ้อจะพุ่งแตะจุดสูงสุดที่ 3.6% ในปีนี้ ซึ่งจะอยู่ใกล้ระดับ “เกือบสองเท่า” ของเป้าหมาย 2% ของ BoE ก่อนจะชะลอลงสู่ 2.6% ในปี 2027 ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจถูกมองไว้ที่ 1% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 0.8% ในผลสำรวจเดือนพฤษภาคม และอยู่ที่ 1.1% ในปีหน้า
BoE กำหนดนโยบายการเงินของสหราชอาณาจักรโดยมีพันธกิจด้านเสถียรภาพราคาให้เงินเฟ้ออยู่ที่ 2% โดยหลักแล้วทำผ่านการปรับอัตราดอกเบี้ยฐานเพื่อกำหนดทิศทางต้นทุนการกู้ยืมทั้งระบบเศรษฐกิจและมีอิทธิพลต่อค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง (GBP) เมื่อเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย การขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้เงื่อนไขสินเชื่อตึงตัวและมักหนุน GBP; เมื่อเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมาย สามารถพิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นการกู้ยืมและโดยทั่วไปจะกดดันค่าเงิน ในภาวะตลาดตึงเครียด มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะใช้การสร้างเงินเพื่อซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชนระดับ AAA ซึ่งโดยทั่วไปทำให้ GBP อ่อนค่า ขณะที่มาตรการคุมเข้มเชิงปริมาณ (QT) เป็นการย้อนกลับด้วยการยุติการซื้อเพิ่มเติมและการนำเงินที่ได้จากการไถ่ถอนกลับไปลงทุนต่อ ซึ่งมักเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินสเตอร์ลิง
คาดการณ์การประชุมเดือนมิถุนายนและการวางสถานะของตลาด
เมื่อการประชุมธนาคารกลางอังกฤษวันที่ 18 มิถุนายนใกล้เข้ามา เรามองว่าฉันทามติของตลาดคือการคงดอกเบี้ยที่ 3.75% คาดการณ์นี้น่าจะถูก “รับรู้ราคาไปแล้ว” ในค่าเงินปอนด์ ดังนั้นตัวการตัดสินใจเองอาจไม่ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ประเด็นที่ควรโฟกัสคือแนวทางชี้นำล่วงหน้า (forward guidance) และโทนภาษาของรายงานการประชุม เพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับนโยบายในอนาคต
ความเห็นที่แตกต่างกันในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 40% ที่ยังคาดการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ สะท้อนความไม่แน่นอนของตลาด ซึ่งเพิ่มโอกาสเกิดความผันผวน เราจึงพิจารณากลยุทธ์ในตลาดออปชันที่อาจได้ประโยชน์จากการแกว่งตัวแรงของราคาไม่ว่าทิศทางใด โดยเชื่อว่าความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ในคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ GBP มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเมื่อเข้าใกล้วันประชุม
เงินเฟ้อ แนวโน้มการเติบโต และสัญญาณนโยบายที่เป็นไปได้
การคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 3.6% ในปีนี้ดูมีความเป็นไปได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ยัง “เหนียวตัว” สำหรับบริบท แม้อัตรา CPI ทั่วไปล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ 2.3% ในเดือนเมษายน 2024 แต่อัตราเงินเฟ้อในภาคบริการที่ยังทรงตัวสูงเป็นความกังวลหลักของผู้กำหนดนโยบาย แรงกดดันเชิงโครงสร้างนี้สนับสนุนมุมมองว่า BoE อาจคงท่าทีเข้มงวด (hawkish) นานกว่าที่ตลาดคาด
ประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจยังถูกปรับขึ้น โดยมีข้อมูลล่าสุดสนับสนุนว่าศก.สหราชอาณาจักรเติบโต 0.6% ในไตรมาส 1/2024 และออกจากภาวะถดถอยตื้น ๆ อย่างเป็นทางการ ความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจทำให้ BoE มีพื้นที่มากขึ้นในการคงดอกเบี้ยระดับสูงเพื่อต่อสู้เงินเฟ้อโดยไม่ทำให้การเติบโตสะดุด สภาพแวดล้อมดังกล่าวโดยภาพรวมเป็นบวกต่อสเตอร์ลิงเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศที่ธนาคารกลางมีท่าทีผ่อนคลาย (dovish) มากกว่า
ในอดีต แม้ในช่วงที่มีมติ “คงดอกเบี้ย” ค่าเงินปอนด์ก็เคยตอบสนองอย่างรุนแรงต่อสัดส่วนคะแนนเสียง (vote split) และถ้อยคำที่ผู้ว่าการใช้ เรานึกถึงกรณีในวัฏจักรปี 2017-2018 ที่การ “คงดอกเบี้ยแบบฮอว์คิช” พร้อมส่งสัญญาณตึงตัวในอนาคต ทำให้ GBP/USD ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราจะจับตาการนับคะแนนอย่างใกล้ชิด โดยหากจำนวนกรรมการที่โหวตให้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น จะเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมาก (bullish) ต่อค่าเงินปอนด์