ทางการเกาหลีใต้ได้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลตลาดเงินตราต่างประเทศ (FX) หลังเงินวอน (KRW) อ่อนค่า โดยขยับจากการ “ส่งสัญญาณ/ชี้นำ” ไปสู่การ “กำกับใกล้ชิด” มากขึ้น สำนักงานกำกับดูแลการเงิน (Financial Supervisory Service: FSS) ได้ลดรอบการตรวจสอบสถานะ FX ของธนาคารรายใหญ่จากรายเดือนเป็นรายสัปดาห์ และอาจปรับเป็นรายวันหากสถานการณ์ยังไม่ทรงตัว นอกจากนี้ ธนาคารกลางเกาหลี (Bank of Korea) และ FSS เตรียมเริ่มการตรวจสอบร่วมธนาคาร FX รายใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี โดยมุ่งตรวจว่ามีการซื้อขายเพื่อ “ขยับ” หรือ “ตรึง” อัตราแลกเปลี่ยนเพื่อแสวงหากำไรที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ โดยผู้ฝ่าฝืนจะเผชิญบทลงโทษที่เข้มงวด
USD/KRW แกว่งตัวสะสมกำลังบริเวณ 1,520 หลังปรับขึ้นไปแตะ 1,558 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2009 นับตั้งแต่ต้นปี KRW อ่อนค่า 5.4% อยู่เป็นอันดับ 3 ในบรรดาสกุลเงินเอเชีย รองจาก INR ที่ -5.9% และ IDR ที่ -7.3% ขณะที่ในสัปดาห์นี้ KRW แข็งค่ามากกว่า 2% เทียบดอลลาร์สหรัฐ ด้านหุ้น Kospi ปรับขึ้นแล้ว 83% ในปีนี้ แม้เพิ่งปรับฐานมากกว่า 12% จากจุดสูงสุดของสัปดาห์ก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 76% ในปีก่อน และแรงกดดันต่อ KRW เกิดขึ้นพร้อมกับกระแสเงินต่างชาติไหลออกสุทธิจากตลาดหุ้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง
การดำเนินนโยบายอาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของความเสี่ยง FX
เรามองว่าการเข้าแทรกแซงโดยตรงของทางการเกาหลีใต้เป็นสัญญาณชัดเจนว่ากำลังพยายาม “กำหนดเพดาน” ให้ USD/KRW การขยับจากการเตือนด้วยวาจาไปสู่การกำกับดูแลเชิงรุก ทำให้ความเสี่ยงของการกลับทิศอย่างรวดเร็วที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในระยะนี้ เราเชื่อว่ายุคของการทำกำไรแบบง่าย ๆ จากการชอร์ตวอนน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว
การตรวจเข้มลักษณะนี้มีแนวโน้มจะดันความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ในตลาดเงินให้สูงขึ้น ทำให้กลยุทธ์ออปชันน่าสนใจมากขึ้น เรากำลังพิจารณาขายพรีเมียมบน USD/KRW เพราะการดำเนินการของรัฐบาลอาจช่วย “ตรึง” อัตราแลกเปลี่ยนให้อยู่ในกรอบแคบลงในระยะสั้น ขณะเดียวกัน การซื้อพุตออปชันบนคู่เงินนี้เป็นวิธีทำกำไรแบบจำกัดความเสี่ยง หากการแทรกแซงได้ผลและวอนแข็งค่าต่อ
ความเสี่ยงตลาดยังคงอยู่ท่ามกลางปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง
ท่าทีของรัฐบาลได้รับแรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยดุลการค้าเกาหลีใต้เดือนล่าสุดเกินดุลเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เมื่อราคาน้ำมันดิบ WTI ยังทรงตัวเหนือ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แรงต้านสำคัญต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้ายังคงอยู่ ส่งผลให้เกิด “การปะทะกัน” ระหว่างนโยบายภาครัฐกับแรงกดดันภายนอกที่ยังยืดเยื้อ
เรายังติดตาม Kospi ซึ่งแม้ย่อลง 12% ล่าสุด แต่ยังบวกสูงถึง 83% ในปีนี้ การปรับฐานของหุ้นที่รุนแรงกว่านี้อาจจุดชนวนให้ต่างชาติไหลออกอีกครั้ง และกดดันวอนทันที ทางการอาจสกัดการเก็งกำไรได้ แต่จะรับมือกับการไหลออกของเงินทุนจริงได้ยาก หากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นพลิกเป็นลบ
ประวัติศาสตร์ชี้ว่าการแทรกแซงลักษณะนี้ทำได้อย่างหนักหน่วง ดังที่เห็นจากการขายดอลลาร์ครั้งใหญ่ในปี 2022 เพื่อพยุงค่าเงิน ด้วยความเสี่ยงที่จะอยู่ผิดฝั่งของการเคลื่อนไหวดังกล่าว เราจึงลดการถือครองสถานะ Long USD/KRW ทางเลือกที่รอบคอบคือรอดูว่าธนาคารกลางเกาหลีและ FSS จะจริงจังเพียงใดในการปกป้องค่าเงินจากแรงกดดันของตลาด