การส่งออกของจีนเพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 15% ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าจังหวะการส่งออกในช่วงต้นไตรมาส 2 แข็งแกร่งกว่าที่คาด
การเผยแพร่ข้อมูลครั้งนี้อยู่ในรูปแบบการเปรียบเทียบรายปี โดยผลเดือนพฤษภาคมสูงกว่าคอนเซนซัส 4.4 จุดเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ในเนื้อหาไม่ได้ให้รายละเอียดแยกย่อยเพิ่มเติมหรือสถิติการค้าอื่นประกอบ
นัยต่ออุปสงค์โลกและตลาดการเงิน
ข้อมูลส่งออกจีนเดือนพฤษภาคมที่แข็งแกร่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าอุปสงค์โลกต่อสินค้าอยู่ในระดับดี การออกมาดีกว่าคาดสะท้อนวัฏจักรการผลิตของโลกยังมีแรงส่งชัดเจน เรามองว่านี่เป็นเหตุผลให้จัดพอร์ตเพื่อรับโอกาสจากความแข็งแกร่งต่อเนื่องของสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อการค้าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เรามองว่าข้อมูลนี้ช่วยพยุงค่าเงินหยวน โดย USD/CNH มีแนวโน้มกลับไปทดสอบแนวรับบริเวณ 7.20 อีกครั้ง ขณะที่วิธีแสดงมุมมองที่สภาพคล่องสูงกว่าคือดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งล่าสุดขยับขึ้นเหนือ 0.6750 เทียบดอลลาร์สหรัฐ โดยได้แรงหนุนจากราคาแร่เหล็กที่ทรงตัวแข็งแกร่ง เรากำลังพิจารณาซื้อออปชัน Call ของ AUD/USD เพื่อเก็บโอกาสขาขึ้นเพิ่มเติม
ความแข็งแกร่งของการส่งออกเชื่อมโยงโดยตรงกับอุปสงค์โลหะอุตสาหกรรม ซึ่งกำลังสะท้อนผ่านตลาด ตัวอย่างเช่น ราคาทองแดงในตลาด LME รีบาวด์แล้วมากกว่า 3% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นการรับรู้ล่วงหน้าต่อข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งลักษณะนี้ ยิ่งตอกย้ำมุมมองของเราที่ให้พิจารณาถือสถานะ Long ในฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์หรือ ETF ที่เกี่ยวข้อง
กลยุทธ์หุ้นและความเสี่ยงมหภาค
สำหรับอนุพันธ์หุ้น เรากำลังพิจารณาออปชัน Call บนดัชนีที่โฟกัสจีน เช่น Hang Seng และ ETF อย่าง FXI กระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าหุ้นจีนสุทธิสะสมเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม และตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีครั้งนี้มีแนวโน้มเร่งให้เทรนด์ดังกล่าวชัดขึ้น เราคาดว่าดัชนีเหล่านี้จะทดสอบระดับสูงสุดล่าสุดอีกครั้ง
ข้อมูลนี้เมื่อประกอบกับดัชนี J.P. Morgan Global Manufacturing PMI ล่าสุดที่ 51.2 สะท้อนภาพอุปสงค์โลกที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันในวงกว้าง ในเชิงประวัติศาสตร์ ช่วงที่จีนเติบโตแข็งแกร่งจากการส่งออกมักยกระดับทั้งระบบนิเวศการค้าโลก ความเสี่ยงหลักที่ต้องติดตามคือความแข็งแกร่งดังกล่าวอาจหนุนเงินเฟ้อโลกเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางเปลี่ยนไปในช่วงปลายปีนี้