ดุลการค้าของจีนในรูปเงินหยวนเพิ่มขึ้นแตะ 723.98 พันล้านหยวนในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 637 พันล้านหยวน สะท้อนว่าเดือนดังกล่าวจีนมีดุลเกินดุลมากกว่าที่ประเมินไว้
ข้อมูลระบุว่าฐานะการค้าต่างประเทศของจีนแข็งแกร่งกว่าที่คาดตามตัวชี้วัดนี้ โดยดุลเกินดุลสูงกว่าคาด 86.98 พันล้านหยวน ทั้งนี้ ในรายงานไม่ได้ให้รายละเอียดแยกย่อยเพิ่มเติม
สัญญาณดุลการค้าเกินดุลต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน
เรามองว่าดุลการค้าเกินดุลที่สูงกว่าคาดครั้งนี้ส่งสัญญาณสองด้านต่อเศรษฐกิจจีน ด้านหนึ่ง ตัวเลขส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนพลังงานหมุนเวียนซึ่งเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนอุปสงค์โลกต่อสินค้าจีนที่ยังแน่น อีกด้านหนึ่ง บ่งชี้ถึงความอ่อนแอของอุปสงค์ในประเทศที่ยังดำเนินอยู่ เนื่องจากการนำเข้ายังคงซบเซา
สำหรับนักเทรดค่าเงิน ภาพดังกล่าวหนุนมุมมองต่อเงินหยวนให้อยู่ในกรอบทรงตัวถึงแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แม้ดุลเกินดุลจะเป็นปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกต่อ CNY แต่เราสังเกตว่าธนาคารกลางได้กำหนดค่า Fix รายวันของ USD/CNY ใกล้ระดับ 7.24 สะท้อนความต้องการจำกัดการแข็งค่าเร็วเกินไปซึ่งอาจกระทบผู้ส่งออก ดังนั้นเราจึงให้น้ำหนักกับกลยุทธ์อย่างการขายออปชัน USD แบบ Call ที่นอกเงิน (out-of-the-money) มากกว่าการเดิมพันตรง ๆ ว่าเงินหยวนจะปรับแข็งค่าขึ้นมาก
ข้อมูลนี้ย้ำมุมมองระมัดระวังของเราต่อสินค้าโภคภัณฑ์กลุ่มอุตสาหกรรม โดยรายละเอียดจากศุลกากรล่าสุดชี้ว่าการนำเข้าทองแดงและแร่เหล็กลดลง 4% และ 6% ตามลำดับเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ยืนยันว่ากิจกรรมก่อสร้างและการผลิตในประเทศยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน เราอาจพิจารณาเพิ่มสถานะฝั่งลบในสัญญาทองแดงล่วงหน้า หรือซื้อพุตออปชันบน ETF โลหะอุตสาหกรรม
โอกาสและความเสี่ยงในตลาดหุ้นและอนุพันธ์
ในอนุพันธ์หุ้น เราเห็นว่าควรใช้แนวทางแบบเจาะจง เราจะมองหาโอกาสเพิ่มการลงทุนใน “ผู้ชนะด้านส่งออก” ของจีนผ่านคอลออปชันบนดัชนี ChiNext ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีและพลังงานสีเขียวค่อนข้างมาก ขณะเดียวกัน เรายังคงให้น้ำหนักต่ำต่อดัชนีที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศและภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากข้อมูลนำเข้าบ่งชี้ว่าส่วนนี้ของเศรษฐกิจยังฟื้นตัวได้ยาก
ความแข็งแกร่งของการส่งออกยังอาจเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกับชาติตะวันตก เราคาดว่าจะมีการกล่าวถึงมาตรการภาษีมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ดังนั้น การซื้อกลยุทธ์สแตรดเดิล (straddle) บน ETF ที่จดทะเบียนในฮ่องกงอย่าง FXI อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่ราคาจะเคลื่อนไหวรุนแรงและคาดเดายากได้ทั้งสองทิศทาง