ตลาดหุ้นปรับตัวกลับจากแรงเทขายเมื่อวันศุกร์ หลังสถานการณ์ปะทะอิสราเอล–อิหร่านที่เกิดขึ้นช่วงสั้น ๆ เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ดัชนีอ้างอิงกลับมาอยู่ใกล้ระดับที่เห็นก่อนหน้านั้นในสัปดาห์ ดัชนีที่นำโดยหุ้นเทคโนโลยีกลับมาเดินหน้าต่อ โดย Nasdaq 100 และ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นรีบาวด์ และดูเหมือนมีแนวโน้มจะผ่านพ้นจุดอ่อนตัวล่าสุดไปได้
ความผันผวนก็ปรับลงเช่นกัน โดยการดีดตัวล่าสุดของ VIX มีลักษณะคล้ายรูปแบบในเดือนพฤษภาคมก่อนจะอ่อนแรงลง สะท้อนว่าการจัดสถานะของตลาดเอนเอียงไปทาง “เพิ่มความเสี่ยงในหุ้น” มากกว่าลดความเสี่ยง ทั้งนี้บทวิเคราะห์อ้างอิงถ้อยแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ระบุว่าข้อตกลงใกล้บรรลุ แม้ความเป็นปรปักษ์ยังดำเนินอยู่ก็ตาม ขณะเดียวกัน คริส โบแชมป์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ IG ทำงานกับบริษัทมา 4 ปี และเคยปรากฏตัวในรายการการเงินของสถานีโทรทัศน์รายใหญ่หลายแห่ง รวมถึง BBC และ Sky News
ความยืดหยุ่นของตลาดและบทบาทนำของหุ้นเทค
ดูเหมือนตลาดจะกลับสู่ภาวะ “ทำการตามปกติ” หลังความตื่นตระหนกสั้น ๆ เมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับความเสี่ยงการยกระดับมาตรการภาษีการค้าของสหภาพยุโรป (EU) ความยืดหยุ่นของตลาดถือว่าน่าประทับใจ โดย Nasdaq 100 ฟื้นตัวแล้วมากกว่า 80% ของการปรับลงจากจุดอ่อนตัวดังกล่าว หุ้นเทคโนโลยีกลับมานำตลาดอีกครั้ง บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง
รูปแบบความผันผวนและกลยุทธ์การเทรด
การพุ่งขึ้นของ VIX เมื่อสัปดาห์ก่อนซึ่งแตะระดับ 18 ชั่วคราว ได้กลับทิศอย่างรวดเร็ว และขณะนี้ซื้อขายกลับมาแถว 13.5 เรามองว่านี่เป็น “โอกาสขายความผันผวน” มากกว่าจะเป็นสัญญาณให้ลดความเสี่ยง รูปแบบนี้คล้ายกับช่วงความกังวลระยะสั้นในภาคธนาคารเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งการพุ่งขึ้นของความผันผวนเกิดขึ้นเพียงไม่นาน
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดูได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เช่น รายงานการจ้างงานเดือนพฤษภาคมที่สะท้อนว่าอัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.7% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ความยืดหยุ่นนี้ชี้ว่าผู้เล่นตลาดมองความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือประเด็นนโยบายเป็นเพียง “สัญญาณรบกวนชั่วคราว” ขณะที่ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงเป็นกลาง ภาพรวมจึงดูเกื้อหนุนสินทรัพย์เสี่ยง
ภายใต้พลวัตดังกล่าว เราเชื่อว่านักเทรดควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนที่ลดลงและเสถียรภาพของตลาดที่เพิ่มขึ้น การขายพุทแบบ out-of-the-money หรือการทำ bull put spread บนดัชนีหลักอาจให้ความได้เปรียบ โดยสถานะเหล่านี้อาศัยประโยชน์จากการสึกหรอของพรีเมียม (premium decay) ที่มักเร่งตัวเมื่อความกลัวในตลาดคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว