NZD/USD รีบาวด์จากการอ่อนตัวระหว่างการซื้อขายในเอเชียลงมาที่ราว 0.5780 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ก่อนกลับขึ้นมายืนเหนือ 0.5800 ได้อีกครั้งในวันจันทร์ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่านยังคงทำให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง ขณะที่รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐที่แข็งแกร่งขึ้นช่วยตอกย้ำคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 ซึ่งจำกัดแรงส่งของการปรับขึ้นต่อเนื่องของคู่เงินนี้
สัญญาณกราฟยังชี้ไปทางอ่อนตัว การไม่สามารถผ่านแนวต้านเชิงจิตวิทยา 0.6000 ได้ก่อรูปเป็นรูปแบบ “Double Top” เชิงลบบนกราฟ 4 ชั่วโมง ตามมาด้วยการหลุดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย (SMA) 200 ช่วงใกล้ 0.5900 และหลุดต่ำกว่าแนวรับบริเวณ “เส้นคอ” (neckline) แถว 0.5825-0.5820 โดย MACD ยังติดลบ และ RSI อยู่ใกล้ 28 สะท้อนภาวะขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งอาจทำให้การปรับลงชะลอได้ อย่างไรก็ดี แนวต้านยังอยู่แถว SMA 200 ช่วงที่ 0.5895 และยังไม่เห็นการสร้างฐานที่ยั่งยืน
ปัจจัยทางเทคนิคและพื้นฐานยังคงเป็นลบ
เรามองว่าการดีดกลับของ NZD/USD จากระดับ 0.5780 ในรอบนี้เป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น ไม่ใช่การกลับทิศ (reversal) ภาพรวมทั้งเชิงเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานยังคงเป็นขาลงอย่างชัดเจน การฟื้นตัวเล็กน้อยนี้จึงอาจเป็นจุดเข้าที่ดีกว่าสำหรับนักเทรดที่ต้องการวางสถานะเพื่อหวังการอ่อนค่าต่อในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
แรงขับเคลื่อนหลักของมุมมองนี้คือความแข็งแกร่งของดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด โดย CME FedWatch Tool ขณะนี้ประเมินความน่าจะเป็น 85% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย 25 เบซิสพอยต์ในการประชุม FOMC เดือนกรกฎาคม 2026 หลังมีชุดข้อมูลการจ้างงานและเงินเฟ้อที่ออกมาแข็งแกร่งต่อเนื่อง แนวโน้มนโยบายการเงินดังกล่าวยังคงดึงดูดกระแสเงินทุนให้ไหลเข้าดอลลาร์
ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) ยังคงมีท่าทีไม่เข้มงวดเท่า โดย CPI รายไตรมาสล่าสุดของนิวซีแลนด์อยู่ที่ 2.8% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายของ RBNZ ทำให้แรงกดดันที่จะต้องเร่ง “สายเหยี่ยว” ให้ทันเฟดมีจำกัด ความแตกต่างของนโยบาย (policy divergence) ระหว่างเฟดและ RBNZ จึงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเงินกีวี
กลยุทธ์เทรดฝั่งลบและความเสี่ยงที่ยังดำเนินอยู่
ในเชิงเทคนิค การหลุดต่ำกว่า neckline ที่ 0.5825 เป็นการยืนยันรูปแบบ Double Top เชิงลบ เราจึงมองโซนใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 ช่วง บริเวณ 0.5895 เป็นแนวต้านสำคัญ การรีบาวด์ขึ้นสู่ระดับดังกล่าวมีแนวโน้มจะดึงดูดแรงขายรอบใหม่
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ โครงสร้างนี้บ่งชี้ว่าการเข้าซื้อออปชันประเภท Put ที่ราคาใช้สิทธิ (strike) ต่ำกว่า 0.5750 อาจเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพเพื่อทำกำไรจากการอ่อนค่าตามที่คาดไว้ อย่างไรก็ดี ค่า RSI ที่อยู่ในโซน oversold ทำให้ควรระวังการไล่ขายตามราคา (chase) ในจังหวะนี้มากเกินไป โดยเราแนะนำใช้การแข็งค่าระยะสั้นในปัจจุบันเพื่อทยอยเปิดสถานะฝั่งขาลง
พฤติกรรมราคาลักษณะนี้คล้ายกับรูปแบบที่เห็นในช่วงปลายปี 2024 ก่อนที่คู่เงินจะปรับลงแรงเป็นรอบใหญ่ นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ในดอลลาร์สหรัฐ และเพิ่มแรงกดดันต่อคู่ NZD/USD อีกชั้นหนึ่ง