ยอดค้าปลีกยูโรโซนเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.3% สะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคแข็งแกร่งกว่าที่ประเมินกันไว้ในช่วงเดือนดังกล่าว
เมื่อเทียบกับประมาณการของตลาด ผลดังกล่าวสูงกว่าคาด 0.7 จุดเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ รายงานไม่ได้ให้รายละเอียดแยกย่อยเพิ่มเติม
นัยต่อทิศทางนโยบาย ECB และความคาดหวังเรื่องอัตราดอกเบี้ย
ข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนเมษายนที่ออกมาดีกว่าคาด บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยูโรโซนมีความยืดหยุ่นมากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งสวนทางกับภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้แรงกดดันในระยะใกล้ต่อธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในการพิจารณาลดดอกเบี้ยในไม่กี่เดือนข้างหน้า ลดลง
เรามองว่าข้อมูลนี้สนับสนุนมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงไปนานขึ้น โดยเมื่อรวมกับประมาณการเงินเฟ้อเบื้องต้น (flash) เดือนพฤษภาคมซึ่งขยับขึ้นเป็น 2.7% นักลงทุนควรพิจารณาว่าความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยอาจถูกเลื่อนออกไปอีก ทำให้กลยุทธ์ขาย (short) ในสัญญาฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งเป็นการเดิมพันว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น ดูน่าสนใจมากขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและตลาดเงิน
สำหรับตลาดหุ้น การใช้จ่ายผู้บริโภคที่แข็งแกร่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อกำไรบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกและสินค้าหรู เรามองว่าอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้น หลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอาจพิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options) บนดัชนีเพื่อเก็งกำไรจากโอกาสเกิดการ “เบรกเอาต์” ของราคา
การปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยดังกล่าวน่าจะเป็นแรงหนุนต่อค่าเงินยูโร โดยยูโรแข็งค่ากว่า 1.5% เมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน และปัจจัยพื้นฐานนี้อาจช่วยให้ทดสอบระดับที่สูงขึ้น เราคาดว่าคู่เงิน EUR/USD อาจท้าทายแนวต้านบริเวณ 1.10 ทำให้สถานะซื้อ (long) ผ่านฟิวเจอร์สหรือออปชันค่าเงินมีความน่าสนใจมากขึ้น