ข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 พฤษภาคม ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบลดลง 7.974 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 4 ล้านบาร์เรล
การปรับลดที่มากกว่าคาดสะท้อนว่า สต็อกลดลงรายสัปดาห์แรงกว่าที่ประเมินไว้ ตามการเปิดเผยข้อมูลของ EIA ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยรายงานชี้ว่าการลดลงครั้งนี้ลึกกว่าที่ฉันทามติของตลาดคาดสำหรับสัปดาห์เดียวกัน
สต็อกลดลงส่งสัญญาณอุปสงค์แข็งแกร่ง
เรามองว่าการลดลงของสต็อกน้ำมันดิบล่าสุดเกือบ 8 ล้านบาร์เรล เป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ (bullish) เนื่องจากสูงเกินกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก บ่งชี้ว่าอุปสงค์กำลังร้อนแรงกว่าที่หลายฝ่ายประเมินก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน และตลาดอาจประเมินระดับการบริโภคในปัจจุบันต่ำเกินไป
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการเริ่มต้นฤดูกาลขับขี่ช่วงฤดูร้อน ซึ่งโดยปกติจะหนุนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เราชี้ว่า ข้อมูลการเดินทางช่วงวันหยุด Memorial Day ล่าสุดแสดงให้เห็นระยะทางการเดินทางของยานพาหนะ (vehicle miles traveled) เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปี 2025 สะท้อนอุปสงค์น้ำมันเบนซินที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มนี้มีโอกาสดึงสต็อกน้ำมันดิบให้ลดลงต่อเนื่องในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า
พลวัตด้านอุปทานและนัยต่อตลาด
ด้านอุปทาน เราไม่คาดว่าจะมีปัจจัยเหนือความคาดหมายที่มาหักล้างแรงหนุนจากอุปสงค์ โดยสมาชิกหลักของ OPEC+ ได้ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการคงโควตาการผลิตต่อไปจนถึงไตรมาส 3 เพื่อเสถียรภาพของตลาด วินัยด้านอุปทานดังกล่าวช่วยสร้าง “ฐานรองรับ” ให้กับราคา
เรายังติดตามอัตราการใช้กำลังการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐ ซึ่งล่าสุดปรับขึ้นสู่ระดับ 95.1% สูงสุดของปีนี้ ระดับกิจกรรมที่สูงเช่นนี้จำเป็นต่อการตอบสนองอุปสงค์เชื้อเพลิง และจะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้สต็อกน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่อง ภาพรวมเศรษฐกิจยังเอื้อ โดยดัชนี ISM Manufacturing PMI เดือนพฤษภาคมล่าสุดยังทรงตัวในโซนขยายตัวที่ 53.1
ภายใต้พลวัตดังกล่าว เราวางสถานะเพื่อคาดหวังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 4–6 สัปดาห์ข้างหน้า โดยพิจารณาเข้าซื้อออปชัน Call ของ WTI เดือนสิงหาคม เพื่อรับประโยชน์จากโมเมนตัมขาขึ้นที่คาดหมาย อีกกลยุทธ์ที่ยังน่าสนใจคือการขาย Put นอกเงิน (out-of-the-money) เพื่อรับค่าเบี้ยประกัน (premium) ควบคู่กับการคงมุมมองเชิงบวกต่อราคา (bullish outlook) นี้ไว้