USD/CNH แทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันจันทร์ ปิดที่ 6.7652 หลังแกว่งในกรอบ 6.7627–6.7708 เพิ่มขึ้น 0.01% อย่างไรก็ดี โทนของคู่เงินเริ่มอ่อนลง บ่งชี้แนวโน้มค่อย ๆ ไหลลงภายในกรอบรายวัน 6.7595–6.7690 มากกว่าจะเป็นการปรับลงต่อเนื่องแบบชัดเจน
ในกรอบเวลา 1–3 สัปดาห์ อคติฝั่งขาลงยังคงอยู่ หลังจากอัปเดตเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ซึ่งสปอตอยู่ที่ 6.7740 โดยได้ระบุระดับด้านล่างไว้ที่ 6.7620 ก่อนที่คู่เงินจะอ่อนลงไปแตะ 6.7605 และเมื่อโมเมนตัมขาลงยังถูกประเมินว่า “อ่อน” และการเคลื่อนไหวยังไม่เข้าสู่ภาวะทรงตัว โฟกัสจึงหันไปที่ 6.7500 การทะลุขึ้นเหนือ 6.7800 จะถูกมองเป็นสัญญาณว่าการปรับลงเริ่มทรงตัวแล้ว แทนที่การอ้างอิงแนวต้านเดิมที่ 6.7900
มุมมองการปรับลงแบบค่อยเป็นค่อยไป และนัยต่อการเทรด
เรามองว่าโทนพื้นฐานของ USD/CNH อ่อนลง สะท้อนความเป็นไปได้ของการไหลลงแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า แม้ไม่คาดว่าจะปรับลงแรง แต่ทิศทางที่มีแรงต้านน้อยกว่ายังดูเอนเอียงไปทางระดับ 6.7500 ซึ่งชี้ถึงโอกาสในการถือสถานะฝั่งขาลงของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับหยวนออฟชอร์
สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ มุมมองนี้สนับสนุนการซื้อออปชัน Put บน USD/CNH หรือการทำกลยุทธ์ Bear Put Spread เพื่อเก็งกำไรจากการอ่อนลงที่คาดไว้ โดยหัวใจสำคัญคือการบริหารความเสี่ยงบริเวณ 6.7800 ซึ่งเรามองเป็นแนวต้านสำคัญ หากระดับนี้ถูกเบรกขึ้นไป จะเป็นสัญญาณว่ามุมมองเชิงลบของเราเริ่มทรงตัว และควรทบทวนสถานะใหม่
เหตุผลเชิงข้อมูล และภาพเปรียบเทียบในอดีต
มุมมองดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดที่สะท้อนความยืดหยุ่นของจีน โดยดัชนี Caixin Manufacturing PMI เดือนพ.ค. 2026 ปรับเพิ่มขึ้นเหนือคาดสู่ 51.7 ขณะที่สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มเย็นลงปรากฏชัดขึ้น จากรายงาน JOLTS ล่าสุดที่จำนวนตำแหน่งงานว่างลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ความแตกต่างนี้หนุนแนวโน้มหยวนแข็งค่า
ในเชิงประวัติศาสตร์ รูปแบบคล้ายกันมักเกิดขึ้นเมื่อโมเมนตัมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลง ขณะที่แนวโน้มจีนดีขึ้น โดยเราเคยเห็น USD/CNH ปรับลงแรงในช่วงปลายปี 2022 ถึงต้นปี 2023 เมื่อความคาดหวังต่อการคุมเข้มนโยบายของเฟดขึ้นสู่จุดสูงสุด ผลการเคลื่อนไหวในอดีตดังกล่าวสะท้อนว่าเซ็ตอัพปัจจุบันอาจนำไปสู่การปรับลงต่อเนื่อง แม้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ตาม