เงินเฟ้อทั่วไปของยูโรโซนปรับขึ้นสู่ 3.2% ในเดือนพฤษภาคม จาก 3% ในเดือนเมษายน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มเป็น 2.5% จาก 2.2% ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนพฤษภาคมสูงกว่าทั้งคาดการณ์ของ ABN AMRO และประมาณการคอนเซนซัสที่ 2.4% โดยพลังงานถูกระบุว่าเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก และเงินเฟ้ออาหารชะลอลง เงินเฟ้อภาคบริการเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด โดยเพิ่มขึ้น 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ 3.5% เทียบกับคาดการณ์ที่ 3.3%
เนื่องจากประมาณการเบื้องต้น (flash estimate) ยังไม่มีรายละเอียดแยกย่อยครบถ้วน จึงอาศัยข้อมูลที่ประกาศรายประเทศเพื่ออนุมานว่า “บริการขนส่ง” เป็นแหล่งที่มาหลักของการขยับขึ้น โดยค่าโดยสารเครื่องบินเชื่อมโยงกับต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน (jet fuel) ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ระบุว่า jet fuel ปรับขึ้นด้วยขนาดที่มากกว่า Brent crude เป็น “สองเท่า” ณ จุดสูงสุดหลังความขัดแย้งอิหร่านเริ่มต้น ABN AMRO คาดว่าเงินเฟ้อจะยังทรงตัวเหนือเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตลอดช่วงที่เหลือของปี และยังคงประเมินว่า ECB จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งภายในเดือนกรกฎาคม
แนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยของ ECB แข็งแกร่งขึ้นจากเงินเฟ้อภาคบริการ
เรามองว่าตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพฤษภาคมล่าสุดเป็นสัญญาณที่ชัดเจนสำหรับผู้ค้า (traders) การเร่งขึ้นแบบเหนือคาดของเงินเฟ้อภาคบริการช่วยตอกย้ำเหตุผลสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การวางสถานะเพื่อรับมืออัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่สูงขึ้นควรเป็นประเด็นหลัก
ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นล่าสุดของ Eurostat ยืนยันว่าเงินเฟ้อทั่วไปปรับขึ้นเป็น 3.2% โดยเงินเฟ้อภาคบริการแตะ 3.5% สูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ข้อมูลนี้สนับสนุนอย่างมากต่อมุมมองของเราว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งภายในเดือนกรกฎาคม ขณะนี้ตลาดกำหนดราคา (pricing) ความน่าจะเป็นเกือบ 90% สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ในการประชุมครั้งถัดไป เพิ่มขึ้นจาก 70% เมื่อสัปดาห์ก่อน
กลยุทธ์การเทรดท่ามกลางคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น
ผู้ค้าอาจพิจารณา “จ่ายดอกเบี้ยคงที่” (pay fixed) ในสว็อปอัตราดอกเบี้ยยูโรระยะสั้น เพื่อเดิมพันว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น อีกทางหนึ่งคือการขายสัญญาฟิวเจอร์สบนอัตรา EURIBOR ระยะ 3 เดือน ซึ่งเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาในการวางสถานะรับการดำเนินนโยบายของ ECB ที่คาดไว้ เครื่องมือเหล่านี้มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายในระยะใกล้ จึงเหมาะกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน
เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในวัฏจักรขึ้นดอกเบี้ยช่วงปี 2022–2023 ซึ่งเงินเฟ้อภาคบริการที่ดื้อด้านบังคับให้ ECB ต้องดำเนินการเชิงรุกมากกว่าที่คาดในตอนแรก ช่วงนั้นอัตราผลตอบแทน (yields) ฝั่งระยะสั้นปรับขึ้นแรง และเราคาดว่าจะเกิดการขยับในทิศทางเดียวกันอีกครั้ง แม้มีขนาดเล็กกว่ารอบก่อน ประวัติศาสตร์บ่งชี้ว่า ECB มักไม่ลังเลที่จะดำเนินการเมื่อองค์ประกอบหลักอย่างภาคบริการยังอยู่ในระดับสูง
ความไม่แน่นอนว่าเงินเฟ้อรอบนี้เกิดจากปัจจัยแคบ ๆ เช่น ค่าโดยสารเครื่องบินหรือไม่ สร้างโอกาสในตลาดความผันผวน เราแนะนำให้พิจารณาซื้อคอลออปชัน (call options) บนดัชนี VSTOXX ซึ่งเป็นมาตรวัดหลักของความผันผวนหุ้นยุโรป เพื่อใช้เป็นเฮดจ์และสามารถทำกำไรได้หากตลาดกังวลต่อเส้นทางนโยบายของ ECB มากขึ้น
ความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยดังกล่าวยังน่าจะหนุนค่าเงินยูโร โดยเฉพาะเมื่อธนาคารกลางอื่นอย่างธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ดูเหมือนจะคงท่าที “พัก” ไว้ ข้อมูลออนไลน์ชี้ว่าการวางสถานะเก็งกำไรในยูโรกลับมาเป็นบวกเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน เราเชื่อว่าการเปิดสถานะ Long EUR/USD ผ่านฟิวเจอร์สหรือคอลออปชันเป็นเทรดรองที่น่าสนใจ