EUR/USD ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ขณะที่ความสนใจของตลาดหันไปยังการประชุมเดือนมิถุนายนของเฟดและธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเงินยูโรแกว่งตัวสะสมกำลังอยู่ระหว่าง 1.14–1.18 ก่อนหน้านี้คู่เงินเคยทำจุดสูงสุดตั้งแต่ต้นปี (YTD) ที่ 1.2081 ในช่วงปลายเดือนมกราคม ก่อนจะเปลี่ยนเข้าสู่การซื้อขายแบบไซด์เวย์หลังเริ่มปฏิบัติการ Operation Epic Fury ขณะที่โฟกัสของตลาดยังขยายไปที่ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งหากอ่อนค่าต่อเนื่องมากพอ จะเป็นเงื่อนไขเปิดทางให้ยูโรกลับไปทดสอบระดับด้านบนอีกครั้ง
สำหรับ ECB ตลาดคาดการปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 bps แบบ “insurance” ในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. ซึ่งจะดันอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (deposit facility rate) ขึ้นสู่ 2.25% และยังมองว่าธนาคารกลางจะปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อไปพร้อมกัน ด้าน DXY ถูกประเมินว่าจำเป็นต้องหลุดลงต่ำกว่ากรอบ 98.9–95.0 ของเดือนที่แล้ว เพื่อเปิดทางให้ EUR/USD ทดสอบแนวต้านที่ 1.18 ขณะที่การประชุม FOMC เดือนมิถุนายนยังเป็นหมุดหมายสำคัญต่อทิศทางเงินดอลลาร์ในภาพรวม
มุมมองนโยบายธนาคารกลางและความคาดหวังของตลาด
เรามองว่ายูโรยังถูก “ขัง” อยู่ในกรอบเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ก่อนเข้าสู่การประชุมธนาคารกลางสำคัญในเดือนนี้ โดย ECB ถูกคาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐาน (basis point) ในลักษณะ “insurance” วันที่ 11 มิ.ย. ซึ่งเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้ไว้มากแล้ว โดยเฉพาะหลังตัวเลขประมาณการเบื้องต้น (flash estimate) ล่าสุดของ Eurostat ระบุว่าเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ทรงตัวที่ 2.8% และยังดื้อด้านอยู่เหนือกรอบเป้าหมายของ ECB
เมื่อ EUR/USD แกว่งสะสมกำลังอยู่ระหว่าง 1.14–1.18 นับตั้งแต่ Operation Epic Fury เราเชื่อว่ากลยุทธ์ “ขายความผันผวนระยะสั้น” (selling short-term volatility) ยังน่าสนใจ โดยอิมพลายด์โวลาติลิตี (implied volatility) ระยะ 1 สัปดาห์ของออปชัน EUR/USD ปรับขึ้นสู่ 8.2% สะท้อนความกังวลของตลาดก่อนประกาศผลการประชุม ในเชิงสถิติ พรีเมียมลักษณะนี้มักยุบตัวลงทันทีหลังการประชุมธนาคารกลาง หากไม่มีเซอร์ไพรส์สำคัญ
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลเงินเฟ้อ และกลยุทธ์การเทรด
อีกด้านของคู่เงิน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ก็ยังดูติดอยู่ในกรอบ 95.0–98.9 ล่าสุดข้อมูลชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน PCE (core PCE price index) ซึ่งเป็นมาตรวัดที่เฟดให้ความสำคัญ ชะลอลงสู่ 2.5% ในเดือนเม.ย. สนับสนุนมุมมองว่าเฟดยังสามารถ “คงความอดทน” ต่อการดำเนินนโยบายได้ ความแตกต่างของทิศทางนโยบาย (policy divergence) นี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คู่เงินยังถูกบีบให้อยู่ในกรอบแคบ
นักลงทุนควรจับตาการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อของ ECB เพราะหากมีการยกระดับมุมมองเชิงเข้มงวด (hawkish) มากกว่าคาด อาจเป็นตัวเร่งให้ทดสอบแนวต้าน 1.18 ได้ อย่างไรก็ดี การเบรกขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจะต้องอาศัย DXY อ่อนค่าหลุดแนวรับไปพร้อมกัน จนกว่าจะเกิดเงื่อนไขดังกล่าว เรายังให้น้ำหนักกับกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากการแกว่งในกรอบ เช่น การขายสแตรงเกิล (selling strangles) พร้อมเตรียมรับมือโอกาสเกิดการเบรกเอาต์หลังการประชุม