ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเกาหลีใต้ปรับขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือระดับที่ตลาดคาดไว้ตลอดช่วงดังกล่าว
ตัวเลขเดือนพฤษภาคมสูงกว่าประมาณการ 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาสูงกว่าที่คาดเล็กน้อย โดยข้อมูลที่รายงานไม่ได้ให้รายละเอียดแยกย่อยเพิ่มเติม
นัยต่อทิศทางนโยบายการเงินและเงินวอนเกาหลี
เมื่อเงินเฟ้อมีความเหนียวตัวมากกว่าที่คาด เราเชื่อว่าธนาคารกลางเกาหลี (BoK) จะถูกบีบให้คงท่าทีเชิงเข้มงวด (hawkish) ต่อไป โดยธนาคารกลางตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50% มานานกว่าหนึ่งปี และการเซอร์ไพรส์ด้านเงินเฟ้อครั้งนี้ยิ่งผลักความเป็นไปได้ของการปรับลดดอกเบี้ยออกไปไกลขึ้น ข้อมูลนี้เมื่อประกอบกับการเติบโตของ GDP ไตรมาส 1 ที่แข็งแกร่งเกินคาดที่ 1.3% ยิ่งหนุนเหตุผลในการคงนโยบายการเงินแบบตึงตัว
ภาพดังกล่าวทำให้เราปรับมุมมองต่อเงินวอนเกาหลี ซึ่งล่าสุดซื้อขายใกล้ระดับ 1,380 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศจะอยู่ในระดับสูงนานขึ้น (higher-for-longer) ทำให้การถือครองสกุลเงินมีความน่าสนใจมากขึ้น ดังนั้นเราจึงวางตำแหน่งเพื่อคาดหวังว่าวอนจะแข็งค่าขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
โดยเฉพาะ เรามองการขายออปชัน USD/KRW ประเภทคอลที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money) กลยุทธ์นี้ช่วยให้เราได้รับพรีเมียม พร้อมเดิมพันว่าคู่เงินจะไม่ปรับตัวขึ้นแรงจากระดับปัจจุบัน ลักษณะนี้คล้ายกับช่วงปี 2023 ที่ท่าทีเชิงเข้มงวดแบบไม่คาดคิดของธนาคารกลางเป็นแรงกดดันจำกัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชีย
ผลต่อดัชนีหุ้นและกลยุทธ์เฮดจ์
สำหรับตลาดหุ้น ข่าวนี้เป็นปัจจัยกดดันต่อดัชนี KOSPI 200 เงินเฟ้อที่ยืนสูงและความเป็นไปได้ของอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุนและกดทับอัตรากำไรของภาคธุรกิจ เราคาดว่าจะจำกัดอัพไซด์ของตลาดหุ้นในระยะสั้น
ด้วยเหตุนี้ เรากำลังพิจารณาซื้อออปชัน KOSPI 200 ประเภทพุตที่หมดอายุในเดือนกรกฎาคม เพื่อเป็นเครื่องมือเฮดจ์ต้นทุนคุ้มค่าต่อความเสี่ยงที่ตลาดอาจปรับฐานในช่วงเดือนข้างหน้า เป็นวิธีตรงไปตรงมาในการวางตำแหน่งรับผลลบของเงินเฟ้อที่เหนียวตัวต่อมูลค่าหุ้น (equity valuations)