เงินเฟ้อ CPI เดือนพฤษภาคมของยูโรโซนมีกำหนดประกาศในวันอังคาร โดยคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไป (headline) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (core) จะเร่งขึ้นสู่ 3.2% เมื่อเทียบรายปี จาก 3.0% ในเดือนเมษายน และสู่ 2.4% จาก 2.2% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ดุลความเสี่ยงเอนเอียงไปทาง “ต่ำกว่าคาด” หลังเงินเฟ้อเยอรมนีชะลอลงแบบไม่คาดคิด ขณะที่ภาพรวมบ่งชี้ว่าข้อมูลยังคงเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับกรณีฐาน (baseline) ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ณ เดือนมีนาคม มากกว่าสถานการณ์ความตึงเครียด (stress cases) โดยในกรณีฐานดังกล่าว เงินเฟ้อ headline และ core เฉลี่ยอยู่ที่ 3.1% และ 2.2% ในไตรมาส 2 เทียบกับ 3.6% และ 2.3% ในสถานการณ์ไม่พึงประสงค์ (adverse) และ 4.1% และ 2.4% ในสถานการณ์รุนแรง (severe)
ด้านการกำหนดราคาดอกเบี้ยก็แทบไม่เหลือพื้นที่ให้ “เซอร์ไพรส์” โดยเส้นอัตราแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยล่วงหน้า (swaps curve) สะท้อนการปรับขึ้นดอกเบี้ย ECB ราว 25 จุดฐาน ไปที่ 2.25% ในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. เกือบเต็มจำนวนแล้ว ตลาดเงินตราก็รับรู้เส้นทางดังกล่าวไปมากพอสมควร ภายใต้ภาวะการเติบโตที่ซบเซาควบคู่เงินเฟ้อที่ยังสูง นโยบายการเงินที่ตึงตัวมักเป็นแรงกดดันต่อยูโร แม้อาจช่วยจำกัดการอ่อนค่า โดย EUR/USD ถูกมองว่าน่าจะเริ่มมี “ฐาน” แถว 1.1400 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่งกว่ายูโรโซน
การจับตาข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนและนโยบาย ECB
เราจับตาข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนที่ประกาศวันพรุ่งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดกระแสก่อนการประชุม ECB วันที่ 11 มิ.ย. แม้เงินเฟ้อโดยรวมคาดว่าจะเร่งขึ้น แต่ข้อมูลเบื้องต้นล่าสุดจากเยอรมนีสะท้อนการชะลอลงเล็กน้อย ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะออกมาต่ำกว่าคาดสำหรับตัวเลขยูโรโซนโดยรวม ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ผู้ค้าควรติดตามความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของออปชัน EUR/USD ระยะสั้น ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงรอบการประกาศ
การขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดฐานแทบถูกสะท้อนในราคาตลาดไปแล้วทั้งหมด ดังนั้น “ตัวการตัดสินใจ” เองไม่น่าจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหลัก ประเด็นสำคัญจะอยู่ที่ถ้อยแถลงนำทิศทาง (forward guidance) ของธนาคารกลาง โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวเพียง 0.3% ในไตรมาสแรก เราเห็นว่าการเติบโตที่เชื่องช้าเช่นนี้จำกัดอัพไซด์ของยูโร ทำให้เหมาะสมที่จะพิจารณาขายคอลออปชันนอกเงิน (out-of-the-money calls) เพื่อเก็บพรีเมียมภายใต้กรอบการปรับขึ้นที่ถูกจำกัด
กลยุทธ์การเทรดและภาพเปรียบเทียบจากประวัติศาสตร์
แม้มุมมองยุโรปยังอ่อนแรง แต่การขึ้นดอกเบี้ยควรช่วยพยุงค่าเงิน และเรามองแนวรับแข็งแกร่งของ EUR/USD บริเวณ 1.1400 ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐเป็นภาพตรงข้าม โดยขยายตัวแบบ annualized ได้แข็งแรงกว่าอยู่ที่ 1.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งน่าจะจำกัดโอกาสที่ยูโรจะแข็งค่าขึ้นมาก สำหรับผู้ค้าที่ยึดมุมมองดังกล่าว การขายพุตโดยมีเงินค้ำประกัน (cash-secured puts) โดยกำหนดราคาใช้สิทธิใกล้ 1.1400 อาจเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการรับพรีเมียม
สภาพแวดล้อมของการขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นโจทย์ที่ยาก และชวนให้นึกถึงปี 2011 เมื่อ ECB ปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนจะต้องกลับลำในเวลาไม่นานหลังเศรษฐกิจสะดุด บทเรียนจากประวัติศาสตร์นี้บ่งชี้ว่าแม้การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. แทบเป็น “ความแน่นอน” แต่เส้นทางของการขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไปยังน่ากังขาอย่างมาก ดังนั้น การพิจารณาสวอปอัตราดอกเบี้ยระยะยาว (longer-dated interest rate swaps) อาจเปิดโอกาสในการวางสถานะต่อมุมมองว่า “จุดสูงสุด” ของอัตราดอกเบี้ยจะต่ำกว่าที่ตลาดกำลังคาดอยู่ในปัจจุบัน