EUR/USD ปิดสัปดาห์แถว 1.1650 หลังราคาน้ำมันร่วงแรง อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ ปรับลง โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.43% ต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงกลางเดือนพ.ค. มากกว่า 20bp อย่างไรก็ดี ผลต่อสวอป FX EUR/USD ค่อนข้างจำกัด เพราะอัตราผลตอบแทนในยูโรโซนก็ปรับลดลงเช่นกัน
เงินเฟ้อเบื้องต้น (flash) เดือนพ.ค.ของยูโรโซนจากเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน—คิดเป็นราว 75% ของภาพรวม—ชี้ว่าเงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้น โดยขับเคลื่อนหลักจากหมวดพลังงาน ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนโดยรวมออกมาใกล้เคียงคาดการณ์ ขณะที่ CPI ระดับภูมิภาคของเยอรมนีออกมาต่ำกว่าคาด ข้อมูลที่กำลังจะประกาศ ได้แก่ อัตราว่างงานเดือนเม.ย. คาด 6.2% ตามมุมมองตลาด และดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ค. (ตัวเลขสุดท้าย) คาดยืนยันค่า flash ที่ 51.4 จากนั้นความสนใจจะย้ายไปที่ HICP ยูโรโซน (flash) ในวันอังคาร ขณะที่ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ จะทยอยออกตลอดสัปดาห์ก่อนถึงรายงานการจ้างงานวันศุกร์
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและกรอบการเคลื่อนไหวของ EUR/USD
โดยขณะนี้ EUR/USD ซื้อขายอยู่ราว 1.0850 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือมุมมองอัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงไป อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีล่าสุดผ่อนคลายกลับลงมาแถว 4.50% แต่ถูกชดเชยด้วยการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันของพันธบัตรรัฐบาลยุโรป ส่งผลให้คู่เงินยังเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบในระยะนี้
เราประเมินว่าเงินเฟ้อ flash ของยูโรโซนเดือนพ.ค. ล่าสุดออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 2.6% จาก 2.4% ในเดือนเม.ย. อย่างไรก็ดี ตัวเลขยังไม่ร้อนแรงพอที่จะเปลี่ยนมุมมองหลักเกี่ยวกับทิศทางนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยตลาดให้น้ำหนักโอกาสมากกว่า 90% ที่ ECB จะปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019
ความแตกต่างเชิงนโยบาย ความผันผวน และโอกาสการผ่อนคลายของ ECB
ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้คือความแตกต่างของนโยบายระหว่าง ECB กับธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยตลาดจับตารายงานการจ้างงานสหรัฐฯ วันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด ฉันทามติคาดว่าการจ้างงานเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งแต่ไม่โดดเด่น ราว 180,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. ตัวเลขในระดับดังกล่าวจะตอกย้ำแนวคิดที่ว่า Fed ยังไม่มีเหตุผลต้องรีบลดดอกเบี้ย ต่างจากฝั่งยุโรป
ภายใต้ฉากทัศน์นี้ เรามองว่าความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ของ EUR/USD ต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยความผันผวน 1 เดือนอยู่แถว 5.5% ซึ่งดูเหมือนจะประเมินต่ำไปต่อความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเคลื่อนไหวหลังการตัดสินใจของธนาคารกลาง เราเห็นว่านักลงทุนควรพิจารณาซื้อออปชัน put อายุสั้น เพื่อวางสถานะรับความเสี่ยงที่คู่เงินอาจหลุดลง
การปรับลงล่าสุดของราคาน้ำมันดิบ WTI ต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ยังสนับสนุนกรณีฐานที่ ECB มีแนวโน้มผ่อนคลายมากขึ้น ต้นทุนพลังงานที่ลดลงจะช่วยกดเงินเฟ้อในอนาคตของยูโรโซนที่พึ่งพาพลังงานสูง ทำให้ธนาคารกลางมีเหตุผลมากขึ้นในการเริ่มวัฏจักรการผ่อนคลาย ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินยูโรในระยะกลาง