สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 8.33 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 มิ.ย. ตามรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) โดยการลดลงดังกล่าวมากกว่าที่ตลาดคาดว่าจะลดลง 4.5 ล้านบาร์เรล สะท้อนดุลรายสัปดาห์ที่ตึงตัวกว่าที่ประเมินไว้
ส่วนต่างระหว่างตัวเลขคาดการณ์กับตัวเลขที่รายงานจริงทำให้เกิดช่องว่าง 3.83 ล้านบาร์เรลเมื่อเทียบกับฉันทามติ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะสต็อกน้ำมันดิบ และเป็นข้อมูลรายสัปดาห์
นัยต่อตลาดจากการลดลงของสต็อกที่มากกว่าคาด
การปรับลดสต็อกน้ำมันดิบอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์ที่แล้ว ที่ระดับ -8.33 ล้านบาร์เรล เทียบกับคาดการณ์ -4.5 ล้านบาร์เรล บ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะตึงตัวมากขึ้น การลดลงที่มากกว่าคาดนี้สะท้อนว่าอุปสงค์กำลังแซงอุปทานแรงกว่าที่ประเมินไว้ เรามองว่านี่เป็นสัญญาณเชิงบวก (bullish) ขณะที่เข้าสู่ช่วงฤดูขับขี่ฤดูร้อนมากขึ้น
มุมมองดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นของโรงกลั่นสหรัฐเพิ่มขึ้นเกิน 95% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี เพื่อรองรับอุปสงค์เชื้อเพลิงช่วงพีก นอกจากนี้ ตัวเลขล่าสุดจาก TSA ระบุว่าการเดินทางทางอากาศของผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเกือบ 6% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนการบริโภคน้ำมันอากาศยาน (jet fuel) ที่แข็งแกร่ง สถิติเหล่านี้ยืนยันการใช้พลังงานที่สูง ซึ่งน่าจะยังคงกดดันให้สต็อกลดลงต่อเนื่อง
กลยุทธ์และบริบททางประวัติศาสตร์
จากสถานการณ์ดังกล่าว เราเห็นว่าผู้ค้าควรพิจารณาจัดพอร์ตเพื่อรับโอกาสราคาน้ำมันที่อาจปรับขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า การซื้อคอลออปชัน (call options) บน WTI หรือ Brent ที่มีวันหมดอายุเดือนส.ค.หรือก.ย. เป็นวิธีตรงไปตรงมาในการเกาะกระแสโมเมนตัมขาขึ้นที่คาดหมาย กลยุทธ์นี้ช่วยให้มีส่วนร่วมกับการปรับขึ้นของราคา พร้อมกำหนดความเสี่ยงสูงสุดได้ชัดเจน
ในอดีต การลดลงของสต็อกแบบ “เซอร์ไพรส์” ขนาดนี้ในช่วงฤดูร้อนมักเกิดขึ้นก่อนการปรับขึ้นของราคา คล้ายแนวโน้มในไตรมาส 3 ปี 2023 ที่ผลักดันราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% หากรายงานทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในสัปดาห์นี้ยืนยันการลดลงครั้งใหญ่ดังกล่าว อาจหนุนให้ WTI ขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณกลางช่วง 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นเป้าหมายที่อิงจากพฤติกรรมตลาดในอดีต
อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องจับตาสัญญาณ “การทำลายอุปสงค์” (demand destruction) จากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในวงกว้าง อีกทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดอาจพลิกกระแสเชิงบวกในปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ การใช้กลยุทธ์ที่จำกัดความเสี่ยง เช่น บูลคอลสเปรด (bull call spreads) อาจเป็นแนวทางที่รอบคอบเพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านขาลงที่อาจเกิดขึ้น