USD/JPY ตอบสนองอย่างจำกัดต่อการปรับนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) โดยเคลื่อนไหวในกรอบเพียง 10 pips รอบระดับ 160.20 ด้านดัชนี TOPIX ของญี่ปุ่นปรับขึ้นราว 0.5% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 10 ปีปรับตัวตามหลังพันธบัตรประเทศอื่น ๆ โดยอัตราผลตอบแทนขยับขึ้นได้มากสุดราว 6 bps ความนิ่งของคู่เงินเกิดขึ้นแม้ BoJ ยังส่งสัญญาณเอนเอียงไปทางเข้มงวด (tightening bias) และยืนยันเดินหน้าตามโรดแมปการลดการซื้อ JGB (tapering)
BoJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps สู่ 1.00% ถือเป็นก้าวที่ยุติช่วง “คงดอกเบี้ย” ที่เริ่มต้นหลังการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม โดยบทความระบุว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงช่วยผ่อนแรงกดดันต่อเงินเยน ซึ่งเป็นปัจจัยแวดล้อมที่อาจดึง USD/JPY ลงไปใกล้ 155.00 ทั้งนี้ ระบุว่าบทความจัดทำด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการ
การตอบสนองของตลาดที่ซบเซา และความผันผวนที่ยุบตัว
การที่ตลาดแทบไม่ตอบสนองต่อการขึ้นดอกเบี้ย 25 bps ของ BoJ คือสัญญาณหลักของเรา ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ระยะ 1 เดือนของ USD/JPY ยุบลงจากจุดสูงก่อนการประชุมที่ 11% มาอยู่เพียง 7.5% สะท้อนว่าความเสี่ยงจากเหตุการณ์ (event risk) ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เรามองนี่เป็นโอกาสในการขายพรีเมียม (sell premium) โดยคาดว่าคู่เงินจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบค่อนข้างชัดเจนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ส่วนต่างผลตอบแทน, ราคาน้ำมัน และการวางกลยุทธ์
แม้ BoJ ปรับขึ้นสู่ 1.00% แต่พลวัตหลักยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะอัตราดอกเบี้ย Fed funds ของสหรัฐยังทรงตัวที่ 4.75% ช่องว่างขนาดใหญ่ 375 bps นี้ยังทำให้กลยุทธ์แคร์รีเทรด (carry trade) ที่ “ขายเยนเพื่อซื้อดอลลาร์” ให้ผลตอบแทนที่น่าดึงดูดอย่างมาก ในอดีต ส่วนต่างที่กว้างเช่นนี้มักกลบการปรับนโยบายเล็กน้อยของ BoJ และเราคาดว่ารูปแบบดังกล่าวจะยังดำเนินต่อไปตลอดช่วงฤดูร้อน
แรงขับเคลื่อนหลักของการแข็งค่าของเยนน่าจะมาจากปัจจัยนอกญี่ปุ่นมากกว่า ภาวะเพิ่มกำลังการผลิตแบบเหนือคาดของ OPEC+ ล่าสุดได้กดราคาน้ำมันดิบ WTI ลงมาใกล้ระดับ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยลดต้นทุนนำเข้าของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดสำหรับการที่ USD/JPY จะค่อย ๆ อ่อนลงไปใกล้ระดับ 155.00 ตามที่กล่าวถึง
ภายใต้มุมมองดังกล่าว เราไม่ได้เข้าซื้อเยนโดยตรง แต่เลือกวางสถานะเพื่อรับประโยชน์จากการปรับลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปของ USD/JPY โดยจัดโครงสร้างเป็น bearish risk reversals ซึ่งประกอบด้วยการซื้อพุต (put) อายุ 3 เดือน ที่ราคาใช้สิทธิ 156.00 และใช้วิธีชดเชยต้นทุนด้วยการขายคอล (call) ราคาใช้สิทธิ 162.00 กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์จากการไหลลงแบบช้า ๆ และใช้ประโยชน์จากระดับความผันผวนโดยนัยที่อยู่ในระดับต่ำในปัจจุบัน