ทองคำ (XAU/USD) ซื้อขายบริเวณ 4,340 ดอลลาร์ในวันจันทร์ เพิ่มขึ้น 2.86% ในวันเดียว ขยายการรีบาวด์จากโซน 4,024 ดอลลาร์ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี และดันราคาโลหะมีค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ การเคลื่อนไหวของราคามาจากแรงตอบรับของตลาดต่อรายงาน “กรอบข้อตกลง” ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่มุ่งยุติสงคราม รวมถึงถ้อยแถลงว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเดินเรือ และคาดว่าการหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนจะถูกขยายเวลาออกไป ระหว่างที่การเจรจายังคงดำเนินต่อ
มุมมองความเสี่ยง (risk sentiment) ดีขึ้นหลังการประกาศ โดยฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นราว 1%-2% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบร่วงลงจากการที่นักลงทุนคาดการณ์การกลับสู่ภาวะปกติของกระแสพลังงานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่า: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ลดลงราว 0.3% แถว 99.50 หลังเปิดสัปดาห์ด้วย “ช่องว่างขาลง” (bearish gap) ซึ่งช่วยหนุนทองคำผ่านผลของอัตราแลกเปลี่ยน ขณะเดียวกัน ตลาดหันไปจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในสัปดาห์นี้ โดยก่อนหน้านั้นจะมีดัชนีภาคการผลิต Empire State ของเฟดนิวยอร์ก และตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ออกมา รายงานการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้ และการที่ยังไม่มีข้อความเต็มของข้อตกลง ทำให้อุปสงค์สินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ยังไม่หายไปทั้งหมด
การคลี่คลายภูมิรัฐศาสตร์และผลกระทบต่อทองคำ
จากกรอบข้อตกลงใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ประกาศเมื่อ 15 มิ.ย. 2026 เรามองว่าการพุ่งขึ้นของทองคำสู่ 4,340 ดอลลาร์ในครั้งนี้เป็น “ปฏิกิริยาระยะสั้น” มากกว่าจะเป็นแนวโน้มที่ยั่งยืน การคลี่คลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับใหญ่ควรทำให้ “ค่าเบี้ยความเสี่ยง” (risk premium) ที่หนุนโลหะมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดว่าเมื่อตลาดซึมซับข่าวการลดระดับความขัดแย้งนี้ เม็ดเงินจะหมุนออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย
การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากของเหลวปิโตรเลียมของโลกประมาณ 20% ต้องผ่านคอขวดนี้ การร่วงลงแรงของราคาน้ำมันดิบสะท้อนคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคตที่ต่ำลง ซึ่งในเชิงสถิติถือเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ เราเชื่อว่าสิ่งนี้จะกดดันทองคำในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากเสน่ห์ในฐานะเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ (inflation hedge) ลดลง
ด้วยบริบทดังกล่าว เรากำลังพิจารณาซื้อออปชัน “พุต” (put options) บนทองคำ (XAU/USD) หรือบน ETF หุ้นเหมืองทอง โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวกลับลงไปใกล้ระดับ 4,000 ดอลลาร์ ราคาในปัจจุบันที่ 4,340 ดอลลาร์ถือเป็นระดับสูงแบบสุดโต่ง สูงกว่าจุดสูงสุดที่ปรับด้วยเงินเฟ้อแม้ในช่วงโควิดปี 2020 และความขัดแย้งยูเครนปี 2022 ซึ่งบ่งชี้ว่าราคามีความเปราะบางต่อการปรับฐานแรง หากความกลัวเชิงภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย
โอกาสตลาดท่ามกลางความเชื่อมั่นที่เปลี่ยนไปและความผันผวน
ขณะเดียวกัน การปรับดีขึ้นของความเชื่อมั่นตลาดทำให้ตลาดหุ้นน่าสนใจมากขึ้น เมื่อฟิวเจอร์สดัชนีสหรัฐฯ ปรับขึ้นแล้ว เรากำลังพิจารณาซื้อออปชัน “คอล” (call options) บน S&P 500 เพื่อเกาะกระแสโหมดรับความเสี่ยง (risk-on) ในอดีต ตลาดมักปรับขึ้นแรงหลังการยุติความขัดแย้งทางทหารและเศรษฐกิจครั้งใหญ่
ความอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐกำลังช่วยพยุงทองคำในระยะสั้น แต่อีกตัวแปรสำคัญคือการประชุมเฟดที่กำลังจะมาถึง ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ในช่วงต้นเดือนนี้ชี้ว่าเงินเฟ้อพื้นฐาน (core inflation) ยังเหนียวตัว ซึ่งอาจบีบให้เฟดต้องคงท่าทีเข้มงวด (hawkish) แม้ราคาพลังงานจะลดลง หากเฟดส่งสัญญาณ “ตึงตัวกว่าคาด” ดอลลาร์อาจแข็งค่าและกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มเติมต่อทองคำ
ความไม่แน่นอนรอบข้อตกลง เช่น รายงานการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ยังคงทำให้ความผันผวนตลาดอยู่ในระดับสูง ซึ่งเปิดโอกาสในการ “ขายความผันผวน” ผ่านกลยุทธ์ออปชัน เช่น สแตรงเกิล (strangles) บนทองคำ หากสถานการณ์นิ่งลงตามที่คาด การลดลงของความผันผวนโดยนัย (implied volatility) จะเอื้อให้สถานะดังกล่าวทำกำไรได้