ราคาทองคำในมาเลเซียปรับตัวสูงขึ้นในวันจันทร์ ตามข้อมูลของ FXStreet โดยทองคำอยู่ที่ระดับ 563.00 ริงกิตมาเลเซียต่อกรัม เพิ่มขึ้นจาก 549.18 ริงกิตมาเลเซียในวันศุกร์ และอยู่ที่ 6,566.71 ริงกิตมาเลเซียต่อตลา จากเดิม 6,405.55 ริงกิตมาเลเซีย ระดับอ้างอิงอื่น ๆ ระบุว่าทองคำอยู่ที่ 5,629.99 ริงกิตมาเลเซียต่อ 10 กรัม และ 17,511.23 ริงกิตมาเลเซียต่อทรอยออนซ์ FXStreet คำนวณราคาท้องถิ่นโดยปรับจากอัตราระหว่างประเทศผ่านอัตราแลกเปลี่ยน USD/MYR และแปลงเป็นหน่วยของมาเลเซีย โดยอัปเดตรายวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ ทั้งนี้ ตัวเลขที่อ้างอิงเป็นเพียงโดยประมาณและอาจแตกต่างจากราคาตลาดท้องถิ่น
หมายเหตุยังระบุถึงปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ขับเคลื่อนอุปสงค์ โดยธนาคารกลางถูกระบุว่าเป็นผู้ถือครองรายใหญ่ที่สุด และข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ชี้ว่า ธนาคารกลางซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นสถิติการซื้อสุทธิรายปีสูงสุด ทองคำถูกอธิบายว่ามีความสัมพันธ์แบบผกผันกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และยังมักเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง โดยปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย อัตราดอกเบี้ย และมาตรฐานอ้างอิง XAU/USD (ซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์) มีอิทธิพลต่อการกำหนดราคา
ปัจจัยระดับโลกและในประเทศที่หนุนการปรับขึ้นของทองคำ
เราพบว่าราคาทองคำกำลังไต่ระดับขึ้น สะท้อนจากการปรับขึ้นล่าสุดสู่ 563.00 ริงกิตมาเลเซียต่อกรัม การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศ แต่สอดคล้องกับบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่ให้น้ำหนักกับสินทรัพย์ปลอดภัย เราเชื่อว่าโมเมนตัมขาขึ้นยังมีโอกาสต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากเงินเฟ้อโลกที่ยังยืดเยื้อ โดยข้อมูล CPI สหรัฐล่าสุดของเดือนพฤษภาคม 2026 ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.1% ทำให้ตลาดประเมินความน่าจะเป็นของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก่อนสิ้นไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น สภาพแวดล้อมที่มีแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่ำลงทำให้สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยอย่างทองคำดูน่าสนใจมากขึ้น
ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อพิพาททางการค้าที่ยังดำเนินอยู่ยังคงหนุนความต้องการถือครองเพื่อป้องกันความเสี่ยง ขณะเดียวกัน เรายังเห็นแรงซื้ออย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลาง ซึ่งซื้อเพิ่มมากกว่า 250 ตันในไตรมาส 1/2026 เพียงไตรมาสเดียว ต่อเนื่องจากแนวโน้มแข็งแกร่งในปีก่อน ๆ อุปสงค์จากสถาบันดังกล่าวช่วยสร้าง “ฐานรองรับ” ให้ราคามีความมั่นคง
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงตามการเปลี่ยนโทนของเฟด โดยดัชนี DXY ลดลงมาอยู่ราว 104.5 ในอดีต ดอลลาร์ที่อ่อนค่ามักมีความสัมพันธ์ผกผันอย่างชัดเจนกับราคาทองคำ เราคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะยังเป็นแรงหนุนต่อโลหะมีค่าต่อไป
การวางกลยุทธ์ในตลาดอนุพันธ์
ท่ามกลางปัจจัยดังกล่าว เรากำลังพิจารณากลยุทธ์อนุพันธ์เชิงบวกสำหรับสัญญาที่ครบกำหนดในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2026 การซื้อออปชันคอล (call options) หรือการทำสเปรดแบบขาขึ้น (bull call spreads) อาจช่วยเพิ่มการรับผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาโดยยังสามารถกำหนดกรอบความเสี่ยงได้อย่างชัดเจน ขณะที่เราจะระมัดระวังต่อการเปิดสถานะขายชอร์ต (short) แบบตรง ๆ จนกว่าภาพปัจจัยพื้นฐานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ