ดัชนีอุตสาหกรรมตติยภูมิของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมาตรวัดกิจกรรมในภาคบริการ เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน เทียบกับ -0.2% ในงวดก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของผลผลิตภาคบริการหลังจากอ่อนตัวลงในช่วงก่อนหน้า
การกลับทิศทางแบบรายเดือนดังกล่าวบ่งชี้ว่าโมเมนตัมของกิจกรรมในหมวดที่ดัชนีครอบคลุมแข็งแรงขึ้น โดยดัชนีนี้ติดตามผลการดำเนินงานของอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่ภาคการผลิตในวงกว้าง การเปิดเผยครั้งนี้ช่วยเติมเต็มชุดข้อมูลเกี่ยวกับภาวะอุปสงค์ภายในประเทศในช่วงต้นไตรมาส 2
สัญญาณการฟื้นตัวในประเทศและนัยต่อแนวนโยบายการเงิน
การขยายตัวที่แข็งแกร่ง 1.3% ของภาคบริการในเดือนเมษายนถือเป็นสัญญาณชัดเจนครั้งแรกของการฟื้นตัวในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มนี้ได้รับการยืนยันจากข้อมูลล่าสุด โดยเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนพฤษภาคมเร่งขึ้นสู่ 2.7% นับเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกันที่อยู่เหนือเป้าหมายของธนาคารกลาง ในเชิงประวัติศาสตร์ ช่วงเวลาที่ยาวนานของเงินเฟ้อเหนือเป้าหมายควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจมักนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบาย
แรงกดดันที่ยืดเยื้อดังกล่าวทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ (normalize) ซึ่งอาจเร็วที่สุดในการประชุมเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ เราพบว่าคำแถลงของเจ้าหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปในแนวทางที่เข้มงวดมากขึ้น (hawkish) และลดการชี้นำล่วงหน้าเกี่ยวกับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ การเปลี่ยนแปลงด้านการสื่อสารนี้เป็นสัญญาณสำคัญต่อตลาด
กลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของนโยบายและตลาด
จากมุมมองดังกล่าว เราจัดพอร์ตเพื่อรองรับโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่นจะปรับสูงขึ้น เราเชื่อว่าการเปิดสถานะขาย (short) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB futures) เป็นวิธีที่ตรงที่สุดในการสะท้อนมุมมองนี้ กลยุทธ์ดังกล่าวมีโอกาสได้ประโยชน์เมื่อ市场เริ่มสะท้อนการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้นจากธนาคารกลาง
การคุมเข้มนโยบายยังควรช่วยพลิกความอ่อนค่าที่เกิดขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงซื้อออปชันคอล (call options) บน JPY เทียบดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแนวทางแบบจำกัดความเสี่ยง (defined-risk) เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ค่าเงินจะปรับแข็งค่าหากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแคบลง
ท้ายที่สุด แม้เศรษฐกิจจะแข็งแกร่ง แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจสร้างแรงกดดันต่อหุ้นญี่ปุ่น โดยอดีตที่ผ่านมา ดัชนี Nikkei 225 มีความอ่อนไหวต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมในประเทศ เพื่อบรรเทาความเสี่ยงนี้ เราจึงซื้อออปชันพุต (put options) บนดัชนี Nikkei 225 เพื่อป้องกันความเสี่ยง (hedge) ต่อความเป็นไปได้ของการปรับฐานของตลาดหุ้น