ฝ่ายคุมเข้มของเฟดกลับมาคุมเกม
ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยของไตรมาส 4 ปี 2025 ออกมาที่ 2.8% สูงกว่าคาด 0.2% มาก จึงควรประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ “เฟด”) จะยังคง “คุมเข้ม” (Hawkish: เน้นสกัดเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/นโยบายการเงินตึงตัว) ต่อไป แรงกดดันเงินเฟ้อ (Inflationary pressure: ปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการมีแนวโน้มขึ้น) ที่มาแบบไม่คาดคิดนี้ ทำให้โอกาส “ลดดอกเบี้ย” (Interest rate cuts: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ในครึ่งแรกของปี 2026 แทบเป็นไปไม่ได้ และทำให้ตลาดต้อง “ปรับราคาใหม่” (Repricing of risk: การปรับมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ตามความเสี่ยง) ในสินทรัพย์ทุกประเภท ข้อมูลนี้ต่อยอดจากรายงาน “ดัชนีราคาผู้บริโภค” (Consumer Price Index หรือ CPI: ตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า/บริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนมกราคม 2026 ที่สะท้อนว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (Core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก) ยังลดลงยากและอยู่ที่ 3.1% ผลคือ ราคาในตลาด “สัญญาล่วงหน้าเฟดฟันด์ส” (Fed Funds futures: สัญญาที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยของเฟดในอนาคต) ตอนนี้ชี้ว่า โอกาสลดดอกเบี้ยก่อนเดือนกรกฎาคมมีต่ำกว่า 10% ซึ่งกลับทิศแรงจากเดือนก่อน มุมมองที่ต้องยึดคือ ดอกเบี้ยอาจ “สูงนาน” (Higher for longer: ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน) สำหรับ “อนุพันธ์หุ้น” (Equity derivatives: สัญญาการเงินที่อ้างอิงหุ้น/ดัชนี เช่น ออปชัน ฟิวเจอร์ส) หมายถึงควรคาด “ความผันผวน” (Volatility: ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว) ที่สูงขึ้น และแรงกดดันขาลงต่อดัชนี ดัชนี VIX (ตัวชี้วัดความผันผวนที่คาดของตลาดหุ้นสหรัฐฯ) พุ่งแล้ว 18% ขึ้นไปเหนือ 16.5 และการซื้อ “พุทออปชัน” ป้องกันความเสี่ยง (Protective put options: สิทธิในการขายที่ราคากำหนด เพื่อกันพอร์ตจากการร่วง) บน ETF (กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้น) อย่าง SPY หรือ QQQ เป็นแนวทางป้องกันที่เหมาะสมในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า ส่วนการขาย “คอลสเปรด” (Call spreads: กลยุทธ์ออปชันที่จำกัดกำไร/ขาดทุน โดยขายคอลหนึ่งและซื้อคอลอีกระดับราคา) ในกลุ่มที่อ่อนไหวต่อการเติบโต (Growth-sensitive sectors: กลุ่มที่พึ่งพาเศรษฐกิจโตและดอกเบี้ยต่ำ) ก็ดูน่าสนใจ ในตลาดดอกเบี้ย โฟกัสย้ายไปที่การอยู่ฝั่ง “ผลตอบแทนพันธบัตรสูงต่อเนื่อง” (Persistently high yields: ผลตอบแทนพันธบัตรอยู่สูงนาน) เราเห็นผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี (2-year Treasury yield: ดอกเบี้ย/ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุ 2 ปี) กระโดด 16 เบซิสพอยต์ (Basis points: 1 เบซิสพอยต์ = 0.01%) เช้านี้ไปที่ 4.85% สูงสุดนับจากปลายปี 2025 การวางสถานะผ่าน “พุทออปชัน” บนสัญญาฟิวเจอร์สพันธบัตร (Treasury futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงพันธบัตรรัฐบาล) หรือพิจารณา “สวอปดอกเบี้ย” (Interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยกัน) แบบ “จ่ายอัตราคงที่” (Pay fixed: ฝั่งที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่และรับดอกเบี้ยลอยตัว) มีโอกาสทำกำไร บรรยากาศนี้คล้ายต้นปี 2023 ที่ตลาดพยายามคาดว่าเฟดจะ “ผ่อนคลาย” (Dovish pivot: เปลี่ยนไปเน้นลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบาย) ซ้ำ ๆ แต่ถูกข้อมูลเศรษฐกิจที่ยังแข็งและเงินเฟ้อลดช้า “หักล้าง” บทเรียนคือ การสวนเฟดที่ยึดข้อมูลเป็นหลัก (Data-dependent Fed: ตัดสินใจตามข้อมูลเศรษฐกิจ) ในช่วงเงินเฟ้อสูง มักทำให้ต้นทุนการลงทุนแพง เราจึงควรปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ยังยืดเยื้อการจัดพอร์ตสำหรับดอกเบี้ยสูงนาน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets