This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

แม้ข้อมูลการจ้างงานและภาคบริการของสหรัฐฯ จะแข็งแกร่ง แต่เงินดอลลาร์กลับอ่อนค่าลง เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาด

by VT Markets
/
Mar 5, 2026
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงในวันพุธ หลังจากขึ้นมา 2 วันติดต่อกันจนดันดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY: ตัวชี้วัดค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) เข้าใกล้ 100.00 ก่อนจะถอยลงไปแถว 98.80 ตัวเลขการจ้างงานของ ADP เดือนกุมภาพันธ์ (ADP Employment Change: ประมาณการการเปลี่ยนแปลงจำนวนงานจากข้อมูลเงินเดือนภาคเอกชน) อยู่ที่ 63K เทียบกับคาด 50K และตัวเลขเดือนมกราคมถูกปรับลงเหลือ 11K จาก 22K ดัชนี ISM ภาคบริการเดือนกุมภาพันธ์ (ISM Services PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ ใช้วัดทิศทางกิจกรรมเศรษฐกิจ; มากกว่า 50 = ขยายตัว) ออกมาที่ 56.1 เทียบกับคาด 53.5 และก่อนหน้า 53.8 ตลาดยังจับตาความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจากเหตุโจมตีที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน

Major Currency Moves

EUR/USD เคลื่อนไหวใกล้ 1.1640 หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI: ราคาสินค้าที่ผู้ผลิตขาย ใช้เป็นสัญญาณต้นทุนและเงินเฟ้อในอนาคต) ของยูโรโซนเดือนมกราคมเพิ่ม 0.7% เมื่อเทียบรายเดือน เทียบกับคาด 0.2% และก่อนหน้า -0.3% GBP/USD อยู่แถว 1.3370 ขณะที่การคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางอังกฤษจะลดดอกเบี้ยเปลี่ยนจาก 74% เหลือ 25% หลังราคาน้ำมันสูงขึ้น USD/JPY อยู่ใกล้ 157.00 และ AUD/USD แถว 0.7070 ก่อนข้อมูลดุลการค้าออสเตรเลียเดือนมกราคม (Trade Balance: ส่วนต่างมูลค่าส่งออกลบด้วยนำเข้า) ทองคำซื้อขายที่ $5,149 และน้ำมันทรงตัวใกล้ 74.10 หลังขึ้นไปแตะ 77 เนื่องจากกองกำลังอิหร่านยึดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือสำคัญของน้ำมันโลก) กระทบการค้ามีน้ำมันของเอเชีย ข้อมูลถัดไป ได้แก่ ดุลการค้าออสเตรเลีย ยอดค้าปลีกยูโรโซน (Retail Sales: ยอดขายหน้าร้าน/ผู้บริโภค ใช้วัดกำลังซื้อ) ตัวเลขการปลดพนักงาน Challenger ของสหรัฐ (Challenger Job Cuts: รายงานจำนวนแผนปลดคนงานของบริษัท) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims: จำนวนผู้ยื่นขอประกันการว่างงานครั้งแรก) และผลิตภาพกับต้นทุนแรงงานของสหรัฐ (Productivity and Labour Costs: ประสิทธิภาพการผลิตต่อแรงงาน และค่าแรง/ต้นทุนแรงงานต่อหน่วย) วันศุกร์มีคำสั่งซื้อโรงงานเยอรมนี (Factory Orders: คำสั่งซื้อใหม่ของภาคการผลิต) การจ้างงานและ GDP ของยูโรโซน (GDP: มูลค่าผลผลิตรวมในประเทศ) รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ (NFP: จำนวนงานใหม่ ยกเว้นเกษตร) ยอดค้าปลีก และอัตราว่างงาน ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นระดับซื้อรายปีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทั่วไปทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ) และสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets: สินทรัพย์ที่ราคาผันผวนสูง เช่น หุ้น) วันที่วันนี้คือ 2026-03-05T02:51:22.689Z

Looking Back One Year

เราย้อนนึกถึงช่วงนี้ของปีก่อน เมื่อความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านสะท้อนว่า ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง เช่น รายงาน ADP และ ISM อาจ “ไม่สำคัญ” ได้ทันที ความรู้สึกของตลาดถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัวด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical fears: ความกังวลเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ) เพียงอย่างเดียว กดดันดอลลาร์สหรัฐลงแม้ตัวเลขออกมาดี นี่เป็นเครื่องเตือนว่าความเสี่ยงจากข่าวพาดหัว (headline risk: ข่าวด่วนที่กระทบตลาดทันที) สามารถกลบทิศทางปัจจัยพื้นฐาน (fundamentals: ภาวะเศรษฐกิจจริง เช่น การเติบโต เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย) ได้ในพริบตา การยึดช่องแคบฮอร์มุซในปี 2025 ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งแตะ $77 ซึ่งตอนนี้เรารู้ว่าเป็นจุดสูงสุดของวิกฤต แม้ความตึงเครียดจะลดลง แต่น้ำมันดิบ WTI (WTI crude: น้ำมันดิบมาตรฐานของสหรัฐ) ปัจจุบันซื้อขายแถว $85 ต่อบาร์เรล ณ มีนาคม 2026 และผันผวน สะท้อน “ส่วนเพิ่มความเสี่ยง” (risk premium: ราคาที่สูงขึ้นเพราะความไม่แน่นอน) ในห่วงโซ่อุปทานโลก (global supply chains: เครือข่ายการผลิตและขนส่งสินค้าทั่วโลก) ราคาฐานที่สูงนี้ยังมีผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อของเศรษฐกิจหลัก บทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven: สินทรัพย์ที่คนมักถือเมื่อเสี่ยงสูง) ชัดเจนเมื่อราคาขึ้นไป $5,149 ต่อออนซ์ในช่วงพีกของความวุ่นวายปีก่อน วันนี้ราคาทรงตัวใกล้ $4,800 โดยระดับราคาส่วนหนึ่งยังถูกพยุงจากการซื้อของธนาคารกลางต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ยอดซื้อสุทธิเพิ่มกว่า 950 ตันในปี 2025 สะท้อนว่าสถาบันขนาดใหญ่ยังป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนที่ยังอยู่ ปีก่อน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ลงไปที่ 98.80 เพราะสหรัฐเป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความขัดแย้ง ตอนนี้แม้สันติภาพยังเปราะบาง DXY กลับแข็งขึ้นแถว 104.50 จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางของสหรัฐ หรือ “เฟด”) ให้ความสำคัญกับเงินเฟ้อ ซึ่งอยู่ที่ 3.1% เมื่อเทียบรายปีสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2026 (year-over-year: เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน) การเปลี่ยนโฟกัสนี้ทำให้ “ความคาดหวังดอกเบี้ย” (interest rate expectations: การคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะขึ้น/ลง) กลับมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของดอลลาร์ ดังนั้น เราเห็นว่า “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differentials: ช่องว่างดอกเบี้ยระหว่างประเทศ) กลับมาคุมทิศทางคู่เงินอีกครั้ง USD/JPY ขยับขึ้นไปแถว 162.00 ไกลจาก 157.00 ที่เห็นช่วงดอลลาร์อ่อนในมีนาคม 2025 เช่นเดียวกัน เมื่อแรงกระแทกราคาน้ำมันลดลง (oil shock: การขึ้นลงแรงของน้ำมันที่กระทบเศรษฐกิจ) GBP/USD ลดลงมาแถว 1.2550 เพราะธนาคารกลางอังกฤษกลับมาโฟกัสการเติบโตในประเทศที่ซบเซา

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code