This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

หลังประกาศผลประกอบการ หุ้น Target พุ่งขึ้นกว่า 7% สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องนับตั้งแต่จุดต่ำสุดในเดือนพฤศจิกายนบนกราฟราคา

by VT Markets
/
Mar 4, 2026
Target (TGT) ปรับขึ้นมากกว่า 7% หลังรายงานผลประกอบการล่าสุด หุ้นปรับขึ้นมากกว่า 45% จากจุดต่ำในเดือนพฤศจิกายน การขยับขึ้นครั้งนี้ทำให้คนหันมาโฟกัส “แนวต้าน” (บริเวณราคาที่มักขึ้นต่อได้ยากเพราะมีแรงขาย) บนกราฟราคา ระดับหนึ่งคือ “ปิดช่องว่างราคา” หรือ gap fill (ช่วงที่ราคาเคยกระโดดข้าม ทำให้มีช่องว่างบนกราฟ และมักมีแรงกลับไปทดสอบ) แถว $130.75 อีกบริเวณคือ gap fill แถว $138 ระดับถัดไปคือ “จุดกลับตัวสูงเดิม” หรือ prior pivot high (ยอดเดิมที่เคยเป็นจุดกลับลงและมักกลายเป็นแนวต้าน) ใกล้ $145 Target Corporation เป็นร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จำหน่ายสินค้าอย่างเสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของกินของใช้ เปิดสาขาทั่วสหรัฐฯ และเป็นหุ้นที่ถูกติดตามมากในกลุ่มค้าปลีก การวิเคราะห์ยังระบุว่า ระดับบนกราฟเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเทรด และพูดถึงการใช้ “การบริหารความเสี่ยง” (กำหนดขนาดการลงทุน จุดตัดขาดทุน และแผนรับมือ) เมื่อเข้าเทรดใกล้โซนแนวต้าน สภาพแวดล้อมในวันนี้ (มีนาคม 2026) ต่างไปมาก โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่าผู้บริโภคระมัดระวังขึ้น รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัววัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 แสดงว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน” หรือ core inflation (ตัดราคาพลังงานและอาหารที่ผันผวนออก เพื่อดูแนวโน้มเงินเฟ้อที่นิ่งกว่า) ยังอยู่ราว 3.2% ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือนยังตึงตัว นอกจากนี้รายงานยอดค้าปลีกเดือนมกราคม 2026 ลดลง 0.8% บอกว่า ผู้บริโภคเริ่มลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น ภาพเศรษฐกิจนี้สะท้อนใน “แนวโน้มที่บริษัทคาดไว้” หรือ guidance (มุมมอง/คาดการณ์ผลการดำเนินงานในอนาคต) ที่ Target ให้ไว้อย่างระมัดระวังในการประชุมชี้แจงผลประกอบการล่าสุดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน แม้บริษัททำได้ตามที่ตลาดคาดสำหรับไตรมาสเทศกาลปลายปี 2025 แต่ภาพรวมครึ่งแรกของปี 2026 ส่งสัญญาณการเติบโตช้าลง ทำให้หุ้นยังถูกกดไว้ใต้แนวต้านเดิม และโอกาส “ทะลุขึ้นอย่างต่อเนื่อง” หรือ sustained breakout (ผ่านแนวต้านแล้วไปต่อได้) ดูยากในระยะใกล้ ในบริบทนี้ นักเทรด “ตราสารอนุพันธ์” หรือ derivatives (สัญญาที่มูลค่าผูกกับราคา/ดัชนี เช่น ออปชัน) อาจพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากราคาแกว่งในกรอบ หรือมีโอกาสย่อลง เช่น การขาย “คอลสเปรดแบบเครดิต” นอกระดับราคา หรือ selling out-of-the-money call credit spreads (ขายออปชัน Call ที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน และซื้อ Call อีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยง จุดเด่นคือรับ “พรีเมียม” หรือ premium (เงินที่ได้รับจากการขายออปชัน) ล่วงหน้า) โดยเลือกราคาใช้สิทธิใกล้แนวต้านเดิม $138 อาจเป็นวิธีรับพรีเมียม กลยุทธ์นี้ทำกำไรได้ถ้า TGT อยู่ต่ำกว่าโซนนั้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ สำหรับคนที่คาดว่าข้อมูลผู้บริโภคอ่อนแอจะกดหุ้นลง การซื้อ “พุทออปชัน” หรือ put options (สิทธิในการขายที่ราคาใช้สิทธิภายในเวลา ช่วยป้องกันขาลงหรือเก็งกำไรขาลง) อาจช่วยคุ้มครองความเสี่ยงหรือใช้เก็งกำไรได้ หากหลุด “แนวรับ” หรือ support (บริเวณที่มักมีแรงซื้อพยุงราคา) แถว $120 อาจกระตุ้นให้ราคาถอยกลับไปแถวจุดต่ำของปีก่อน มีนักเทรดวางตำแหน่งเพื่อความเป็นไปได้นี้ด้วยการซื้อพุทเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งมีเวลาเพียงพอให้แนวคิดการลงทุนเกิดขึ้นจริง ท้ายที่สุด “ความผันผวนโดยนัย” หรือ implied volatility (ตัวเลขที่ตลาดสะท้อนความคาดหวังความผันผวนในอนาคตผ่านราคาออปชัน) คือปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาตอนนี้ เพราะเพิ่มขึ้นก่อนการประชุมครั้งถัดไปของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) การบริหารความเสี่ยงรอบระดับสำคัญช่วยปกป้องเงินลงทุน หมายถึงปรับสถานะตามการตอบสนองของหุ้นต่อข่าวเศรษฐกิจ ไม่ใช่อาศัยแรงส่งในอดีตอย่างเดียว

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code