ผลต่อแนวนโยบายของ ECB
ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแรงขึ้นนี้อาจทำให้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต้องทบทวนจังหวะเวลาของการ “ลดดอกเบี้ย” (ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง) เราเคยเห็นในปี 2025 ว่า ECB ไวต่อสัญญาณ “เงินเฟ้อ” (ราคาสินค้าและบริการโดยรวมสูงขึ้น) ที่ยืดเยื้อเพียงใด ซึ่งยังคง “เหนียว” หรือปรับลงยาก แถว 2.4% ตามประมาณการเบื้องต้นล่าสุดของ Eurostat (หน่วยงานสถิติของสหภาพยุโรป) ตัวเลข PMI นี้ช่วยหนุนเหตุผลให้ ECB คงดอกเบี้ย “สูงนานขึ้น” ซึ่งมักกดให้ “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น” (เครื่องมือที่สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) ปรับตัวลง ดังนั้นเงินยูโรน่าจะได้แรงพยุงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น โดยเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ คู่เงิน EUR/USD เคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ข้อมูลนี้อาจเป็นตัวกระตุ้นให้ปรับขึ้น หากตลาดปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยให้เป็นประโยชน์ต่อยูโรมากขึ้น เราควรพิจารณาซื้อ “ออปชันคอล” (สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาในอนาคต) ของเงินยูโร เพื่อวางตำแหน่งรับโอกาส “ทะลุแนวต้าน” (ผ่านระดับราคาที่มักไปต่อยาก) ล่าสุด สำหรับตลาดหุ้น นี่เป็นข่าวเชิงบวกต่อกลุ่มธุรกิจบริการ เช่น ธนาคาร ท่องเที่ยว และค้าปลีก ดัชนี EURO STOXX 50 (ดัชนีหุ้นบลูชิพของยูโรโซน) ซึ่งปีนี้บวกแล้วมากกว่า 3% อาจไปต่อได้ หากคาดการณ์กำไรของบริษัทเหล่านี้ดีขึ้น การขาย “ออปชันพุทนอกเงิน” (put ที่ราคาใช้สิทธิห่างจากราคาตลาด ทำให้โอกาสถูกใช้สิทธิน้อยกว่า) บนดัชนีดูเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อเก็บ “พรีเมียม” (ค่าเบี้ยออปชัน) เพราะรายงานนี้ช่วยเป็นฐานสนับสนุนด้านปัจจัยพื้นฐานให้ตลาด ข้อมูลนี้ยังบอกเป็นนัยว่า “ความผันผวนของตลาด” (ความแกว่งของราคา) อาจยังไม่สูง ดัชนี VSTOXX (ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นยูโรโซน) มีแนวโน้มลดลง และภาพเศรษฐกิจที่ค่อนข้างนิ่งไม่น่าทำให้ความผันผวนพุ่งขึ้นกลยุทธ์เมื่อความผันผวนต่ำ
ดังนั้น กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนต่ำหรือลดลง เช่น การขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า VSTOXX (ฟิวเจอร์ส: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงค่าดัชนี) อาจทำกำไรได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets