แรงส่งของภาคบริการอิตาลี
ภาคบริการของอิตาลีแข็งแกร่งกว่าที่คาด โดย PMI เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 52.3 ขณะที่คาดไว้ 52 ความต่างเชิงบวกนี้บอกว่าเศรษฐกิจในประเทศยังมีแรงขับต่อเนื่องหลังพ้นช่วงฤดูหนาว และสอดคล้องกับข้อมูลที่ปรับปรุงใหม่ซึ่งระบุว่า GDP ไตรมาส 4 ปี 2025 ของอิตาลี (GDP คือมูลค่าการผลิตรวมของประเทศ) โต 0.3% ดีกว่าประมาณการแรกเล็กน้อย สิ่งนี้ทำให้มุมมอง “ขาขึ้น” ต่อดัชนี FTSE MIB (ดัชนีหุ้นหลักของอิตาลี) ในระยะใกล้มีน้ำหนักมากขึ้น อาจพิจารณาซื้อคอลออปชันเดือนเมษายน (คอลออปชันคือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อในราคา/เวลาที่กำหนด) หรือซื้อขายฟิวเจอร์สดัชนี (ฟิวเจอร์สคือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) โดยคาดว่ากิจกรรมเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะหนุนกำไรบริษัท โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและบริการผู้บริโภค ข้อมูลอิตาลีที่แข็งแรงยังช่วยหนุนเงินยูโร นักเทรดอาจมองเป็นโอกาสเปิดสถานะ “ถือซื้อ” (long คือคาดว่าราคาจะขึ้น) ใน EUR/USD เพราะเป็นแรงเสริมให้เหตุผลของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน (อัตราดอกเบี้ยคือค่าต้นทุนการกู้ยืม) ขณะเดียวกันเงินเฟ้อยูโรโซนล่าสุดอยู่ที่ 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ลดลง ผลตามมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี (BTPs คือพันธบัตรรัฐบาลอิตาลี) อาจถูกกดดันให้สูงขึ้น ข้อมูลนี้อาจทำให้เทรดเดอร์ขายฟิวเจอร์ส BTP (short คือคาดว่าราคาจะลง) โดยเดิมพันว่า ECB จะชะลอการลดดอกเบี้ย ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่าง BTP อายุ 10 ปี กับพันธบัตรเยอรมนี (Bunds คือพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี) ซึ่งขณะนี้แคบที่ 130 เบสิสพอยต์ (bps คือ 0.01%) อาจกว้างขึ้นหากเศรษฐกิจยังดีกว่าคาดต่อเนื่องสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป
ควรติดตามดัชนี PMI รวม (composite PMI คือรวมภาคผลิตและภาคบริการ) ของทั้งยูโรโซน เพื่อดูว่าความแข็งแรงของอิตาลีเป็นภาพกว้างหรือไม่ หากข้อมูลยุโรปโดยรวมออกมาดีด้วย เหตุผลในการถือซื้อหุ้นและถือขายพันธบัตรจะชัดขึ้น การขายความผันผวน (selling volatility คือกลยุทธ์ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งน้อย) บน FTSE MIB ก็อาจเป็นทางเลือก หากความนิ่งของตลาดยังอยู่ สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets