BoJ Policy Outlook
ข้อมูลภาคบริการที่แข็งแรงนี้ตามหลัง “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาผันผวนมาก เช่น อาหารสดและพลังงานออก) เดือนมกราคมซึ่งอยู่ที่ 2.1% และยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลาง ขณะเดียวกัน การเจรจาค่าจ้างฤดูใบไม้ผลิปี 2026 (การเจรจาค่าจ้างประจำปีของญี่ปุ่น) ล่าสุดมีสัญญาณเบื้องต้นว่าค่าจ้างจะเพิ่มราว 4.5% ซึ่งช่วยหนุน “อุปสงค์ในประเทศ” (การใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศ) ให้ต่อเนื่อง จึงทำให้เหตุผลในการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น (tighter monetary policy: ขึ้นดอกเบี้ย/ลดสภาพคล่องเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ) ดูชัดขึ้นสำหรับคณะกรรมการ BoJ สำหรับผู้ที่เทรด “อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย” (interest rate derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับอัตราดอกเบี้ย เช่น สวอปหรือฟิวเจอร์ส) นี่หมายความว่า “เส้นอัตราผลตอบแทน” (yield curve: ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรกับอายุพันธบัตร) มีแนวโน้มชันขึ้นอีก การวางตำแหน่งเพื่อรับการขึ้นดอกเบี้ยในประชุมเดือนมิถุนายนดูมีโอกาสมากขึ้น เพราะการประเมินของตลาดที่ให้โอกาส 60% อาจต่ำไป แนวโน้มนี้บอกว่า “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น” (JGB yields: ดอกเบี้ยที่นักลงทุนต้องการเพื่อถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น) ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ในตลาดเงินตรา มุมมองนี้เป็นบวกต่อเงินเยน โดยคู่ USD/JPY ตอนนี้อยู่แถวระดับ 145 หาก BoJ ส่งสัญญาณเข้มงวดมากขึ้น (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักนำไปสู่ดอกเบี้ยสูงขึ้น) อาจกดให้คู่เงินนี้ลงได้มาก ควรพิจารณาซื้อ “ออปชันพุท” (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนด) บน USD/JPY เพื่อรับโอกาสเยนแข็งในไตรมาสถัดไป สำหรับ “อนุพันธ์หุ้น” (equity derivatives: สัญญาที่อ้างอิงหุ้นหรือดัชนีหุ้น เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ต้องระวังมากขึ้นแม้เศรษฐกิจแข็งแรง หลังจากการปรับขึ้นแรงในปี 2025 ที่ดัน Nikkei 225 เกิน 45,000 เยนที่แข็งขึ้นอาจเป็นแรงกดดันต่อบริษัทส่งออกหลักของญี่ปุ่น การขาย “คอลออปชันนอกเงิน” (out-of-the-money call options: ออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาตลาด) บนดัชนีอาจเป็นวิธี “ป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดผลกระทบจากความผันผวน) สำหรับสถานะซื้อเดิม (long positions: ถือเพื่อหวังราคาขึ้น) จากความเสี่ยงค่าเงินOptions And Hedging Considerations
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets