แรงกดดันเงินเฟ้อที่ขับเคลื่อนโดยพลังงาน
ธนาคารระบุว่า ราวสองในสามของผลกระทบต่อเงินเฟ้อในช่วง 3 เดือนแรก มาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานอื่นที่สูงขึ้นโดยตรง และคาดว่าผลทางอ้อม (indirect effects: ผลกระทบที่ส่งต่อจากต้นทุนพลังงานไปยังราคาสินค้าและบริการอื่น) จะดันเงินเฟ้อพื้นฐานให้สูงขึ้นในระยะยาว สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ (crude oil futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ตกลงราคาซื้อขายน้ำมันในอนาคต) บ่งชี้ว่าราคาอาจทรงตัวช่วงปลายปี และธนาคารคาดว่าความขัดแย้งจะไม่ยืดเยื้อหลายเดือน จากสมมติฐานนี้ ธนาคารคาดว่าเงินเฟ้อของยูโรโซนอาจขึ้นไปแถว 2.4% ในไตรมาส 2 ปี 2026 หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นและเบรนท์ยืนใกล้ 100 ดอลลาร์ ธนาคารประเมินว่าเงินเฟ้ออาจใกล้ 3% ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้ และระบุว่าไม่คาดว่า ECB (European Central Bank: ธนาคารกลางยุโรป) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยผลต่อการเทรดและนโยบาย
ข้อมูลตลาดล่าสุดสะท้อนความตึงเครียดนี้ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤษภาคมมีความผันผวน (volatility: ระดับการแกว่งขึ้นลงของราคา) อยู่แถว 84 ดอลลาร์ แบบสำรวจความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ZEW ของเยอรมนี (ZEW Economic Sentiment: แบบสำรวจมุมมองนักวิเคราะห์ต่อเศรษฐกิจ) ที่เผยแพร่สัปดาห์ก่อน ลดลงชัดเจน เพราะนักวิเคราะห์เริ่มรวมต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นของภาคอุตสาหกรรมเข้าไปแล้ว แปลว่าผลกระทบระลอกสอง (secondary effects: ผลกระทบที่ลามจากราคาน้ำมันไปยังต้นทุนและราคาทั่วเศรษฐกิจ) เริ่มเห็นในระบบเศรษฐกิจ เมื่อความไม่แน่นอนสูง ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จากความผันผวนมากกว่าการเดาทิศทางเดียว ความต่างระหว่างความขัดแย้งสั้นที่ทำให้เงินเฟ้อไป 2.4% กับความขัดแย้งยืดเยื้อที่ทำให้เงินเฟ้อไป 3% ทำให้ผลลัพธ์เป็นไปได้หลายแบบ กลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้ “สิทธิ” ซื้อหรือขายในราคาและเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ “ข้อบังคับ”) บนสัญญาน้ำมันเบรนท์ เช่น long straddle (การซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อหวังกำไรจากการแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) อาจเหมาะเพื่อทำกำไรจากการแกว่งตัวใหญ่ของราคา คาดว่า ECB จะมองข้ามการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อครั้งนี้และคงดอกเบี้ยไว้ ทำให้เกิดโอกาสเทรดที่ชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีระมัดระวังของ ECB ในปี 2025 ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าตอบโต้แรงกระแทกด้านอุปทานชั่วคราว (temporary supply shocks: ต้นทุนเพิ่มจากการขาดแคลน/เหตุการณ์เฉียบพลันช่วงสั้น) เราอาจพิจารณาขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (short-term interest rate futures: สัญญาที่อ้างอิงคาดการณ์ดอกเบี้ยระยะสั้น) ที่ตั้งราคาว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยแรงซึ่งไม่น่าจะเกิด โดยเฉพาะ ตราสารอนุพันธ์ที่ผูกกับเงินเฟ้อ (inflation-linked derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับอัตราเงินเฟ้อ) เป็นทางตรงในการแสดงมุมมอง อัตรา “inflation swap” แบบ 1-year forward (ข้อตกลงแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดที่อิงเงินเฟ้อ โดยเป็นอัตราที่เริ่มในอนาคต: 1 ปีข้างหน้าเริ่มต้นแล้วคงไว้ 1 ปี) ตอนนี้สะท้อนเงินเฟ้อเฉลี่ยราว 2.2% สำหรับปีหน้า หากเชื่อว่าความขัดแย้งจะรุนแรงขึ้นและดันน้ำมันไป 100 ดอลลาร์ การเข้า swap เพื่อรับอัตราเงินเฟ้อลอยตัว (receive the floating inflation rate: รับฝั่งที่จ่ายตามเงินเฟ้อจริง/ดัชนีเงินเฟ้อ) อาจทำกำไรได้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets