Energy Conflict Inflation Risks
ยังไม่ชัดเจนว่าความขัดแย้งจะพัฒนาไปทางไหน หรือจะกระทบราคาพลังงานโลกนานแค่ไหน หากแรงกระแทก (shock: เหตุการณ์ที่กระทบราคาอย่างฉับพลัน) อยู่ไม่นาน และห่วงโซ่อุปทาน (supply chains: ระบบการผลิต-ขนส่ง-ส่งมอบสินค้า) ฟื้นในไม่กี่สัปดาห์ ผลต่อเงินเฟ้อยูโรโซนอาจยังจำกัด สงครามรุนแรงขึ้น และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์คาดว่าจะยืดเยื้ออย่างน้อยหนึ่งเดือน ทำให้มีโอกาสที่ความผันผวนของราคาพลังงานจะอยู่นานกว่าบางเหตุการณ์ในอดีต แม้ราคาพลังงานจะขึ้นต่อ ระดับ “การส่งผ่าน” ไปยังเศรษฐกิจวงกว้าง (pass-through: ต้นทุนที่เพิ่มถูกผลักไปเป็นราคาสินค้าและบริการอื่น) ยังไม่แน่นอน ในสกุลยูโร ราคาพลังงานไม่ได้สูงกว่าปีก่อนมากนัก ดังนั้นผลต่อเงินเฟ้อรายปีถูกมองว่าอยู่ระดับปานกลาง บทความระบุว่าใช้ AI ช่วยจัดทำ และมีบรรณาธิการตรวจทานRates Volatility Trading Strategy
ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ค่อนข้างนิ่ง โดยเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.9% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 2.4% ทำให้มุมมองยังทรงตัวและใกล้เป้าหมายของธนาคารกลางยุโรป อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งใหม่ในตะวันออกกลางคือความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตา เราเห็นผลต่อ “ตลาดพลังงาน” แล้ว โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude oil: ราคามาตรฐานอ้างอิงของน้ำมันดิบในตลาดโลก) พุ่งจากราว 85 ดอลลาร์ไป 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (barrel: หน่วยปริมาณน้ำมัน) ในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปก็เพิ่มเกือบ 20% ในช่วงเดียวกัน การขยับแบบนี้มีนัยสำคัญ และทำให้แนวคิดที่ว่าเงินเฟ้อ “คุมได้แล้ว” ถูกท้าทายโดยตรง จนถึงตอนนี้ ECB ยังไม่ให้สัญญาณชัดเจน (non-committal: ยังไม่ยืนยันแนวทาง) แต่ท่าทีเปลี่ยนไปโดยยอมรับความเสี่ยงด้านขาขึ้นจากพลังงาน ตลาดกำลังตอบสนอง และตอนนี้ตลาดให้น้ำหนัก “โอกาสลดดอกเบี้ย” ปีนี้ต่ำกว่าที่มองไว้ในเดือนมกราคมมาก การปรับมุมมองราคาใหม่นี้ (repricing: ตลาดปรับความคาดหวังแล้วสะท้อนในราคา) ทำให้เกิดโอกาสในตลาดอัตราดอกเบี้ย สำหรับนักเทรดที่เชื่อว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อ การวางสถานะเพื่อรับมือ ECB ที่ “เข้มงวดกว่าเดิม” (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ อาจคง/ขึ้นดอกเบี้ย) เป็นจุดสำคัญ อาจทำได้โดยการซื้อเพเยอร์ (payers: สัญญาออปชัน/สถานะที่ได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น) บนสว็อปอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยคงที่กับลอยตัว) หรือซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อ) บนฟิวเจอร์ส EURIBOR (EURIBOR futures: สัญญาล่วงหน้าอิงอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารยูโร) ดีลเหล่านี้จะได้กำไร หากตลาดยังมองว่าการลดดอกเบี้ยจะช้าลง หรืออาจกลับไปขึ้นดอกเบี้ย เพราะความไม่แน่นอนสูง การซื้อความผันผวน (buying volatility: ซื้อออปชันเพื่อได้ประโยชน์จากการแกว่งแรงของราคา/อัตรา) อาจเป็นทางเลือกที่รอบคอบที่สุด การซื้อออปชันบนฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยทำให้มีผลตอบแทนได้ หากสถานการณ์แย่ลงจนดอกเบี้ยพุ่ง หรือหากคลี่คลายเร็วแล้ว “ค่าความเสี่ยง” หายไป (risk premium: ส่วนเพิ่มของราคา/ผลตอบแทนเพื่อชดเชยความเสี่ยง) วิธีนี้เท่ากับเทรด “ความไม่รู้” เรื่องระยะเวลาของแรงกระแทกด้านพลังงานโดยตรง ต้องจำไว้ว่า วิกฤตพลังงานปี 2022 บีบให้ ECB เข้าสู่วงจรขึ้นดอกเบี้ยอย่างแรง (aggressive hiking cycle: ช่วงที่ขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องและเร็ว) เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2025 เราเคยคิดว่าเงินเฟ้อจากพลังงานผ่านจุดเลวร้ายไปแล้ว แรงกระแทกล่าสุดย้ำว่าเหตุการณ์เปลี่ยนได้เร็วมาก อีกทางหนึ่ง หากแรงกระแทกครั้งนี้อยู่ไม่นานเหมือนบางครั้งก่อนหน้า ราคาในตลาดตอนนี้อาจ “ตอบสนองเกินไป” (overreaction: ปรับราคาแรงเกินเหตุ) นักเทรดที่มองแบบนี้อาจพิจารณารับฝั่งรับดอกเบี้ยคงที่ (receiving fixed: รับดอกเบี้ยคงที่ในสว็อป ซึ่งได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง) ในสว็อประดับที่สูงตอนนี้ สถานะนี้ได้ประโยชน์หากความตึงเครียดลดลง และ ECB กลับไปโฟกัสเงินเฟ้อพื้นฐานที่ทรงตัว สร้างบัญชี VT Markets แบบไลฟ์ (live account: บัญชีเงินจริง) และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets