Middle East Risk Drives Safe Haven Demand
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (Islamic Revolutionary Guards Corps: กองกำลังทหารสำคัญของอิหร่าน) ระบุว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: ช่องทางเดินเรือสำคัญของน้ำมันโลก) หยุดลง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ายังมี “คลื่นใหญ่” ตามมา และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ กล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมรับมือการโจมตีในอิหร่านที่อาจเพิ่มขึ้นมากภายใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งให้พลเมืองสหรัฐฯ ออกจากหลายประเทศในตะวันออกกลางเนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ (Producer Price Index: วัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าที่ผู้ผลิตขาย) ที่ออกมาสูงในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังว่าเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะลดดอกเบี้ยแรง ขณะที่ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (Reserve Bank of New Zealand: RBNZ) ส่งสัญญาณนโยบายผ่อนคลาย (accommodative: เน้นช่วยเศรษฐกิจด้วยดอกเบี้ยต่ำ/มีโอกาสลดดอกเบี้ย) สถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการโจมตีอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซเมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tension: ความขัดแย้งระหว่างประเทศ) หนุนเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ NZD/USD ขึ้นต่อได้ยาก ผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาอ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) จึงอาจพิจารณาซื้อออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาที่กำหนด) เพื่อเทรดความผันผวน (volatility: การแกว่งของราคา) ที่เพิ่มขึ้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เห็นชัดคือราคาพลังงานพุ่ง โดยสัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude futures: สัญญาซื้อขายน้ำมันเบรนท์ในอนาคต) ทะลุ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังปิดฮอร์มุซ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกดการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และกระทบหนักต่อสกุลเงินที่ไวต่อความเสี่ยง (risk-sensitive currencies: มักอ่อนเมื่อคนไม่กล้าเสี่ยง) เช่น ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (New Zealand Dollar: NZD หรือ “กีวี” Kiwi) ทำให้โอกาสขึ้นของ NZD จำกัดมากในช่วงนี้Central Bank Divergence Remains A Key Theme
เรามองว่านโยบายธนาคารกลางที่ “แตกต่างกันมากขึ้น” (divergence: แนวทางไม่สอดคล้องกัน) จะยังกดดันคู่ NZD/USD ลงต่อ ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดเดือนมกราคมระบุว่าราคาผู้บริโภค (consumer prices: ราคาสินค้าที่คนซื้อ) ยังสูงที่ 3.4% ทำให้ตลาดต้องลดโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยมากๆ ตรงข้ามกับนิวซีแลนด์ที่เศรษฐกิจหดตัว 0.1% ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 ทำให้ RBNZ มีเหตุผลจะคงมุมมองผ่อนคลายและเอนเอียงไปทางลดดอกเบี้ย (rate-cutting bias: แนวโน้มชอบลดดอกเบี้ย) ปัจจัยพื้นฐาน (fundamentals: ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ) ของ NZD ก็มีสัญญาณเตือน ดัชนี PMI ภาคการผลิตทางการของจีน (manufacturing PMI: สำรวจผู้จัดซื้อว่ากิจกรรมการผลิตดีขึ้น/แย่ลง; ต่ำกว่า 50 คือหดตัว) เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 49.9 สะท้อนความต้องการจากคู่ค้าหลักของนิวซีแลนด์อ่อนลง นอกจากนี้ ราคานมลดลง 2.1% ในการประมูล Global Dairy Trade (ตลาดประมูลสินค้าโคนมระดับโลก) ล่าสุด ยิ่งทำให้รายได้ส่งออกของนิวซีแลนด์ (export earnings: เงินจากการส่งออก) มีแนวโน้มไม่ดี จากภาพรวมนี้ กลยุทธ์ “ขายเมื่อราคาดีดขึ้น” (selling into strength: ขายตอนราคาขึ้น) ดูเหมาะในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า การดีดขึ้นมาแถว 0.5900 กลางๆ อาจเป็นจุดที่ดีสำหรับเปิดสถานะขาย (short positions: ทำกำไรเมื่อราคาลง) หรือซื้อพุทออปชัน (put options: สิทธิขายเพื่อหวังได้ประโยชน์จากราคาลง) ควรคาดว่าราคาจะทดสอบจุดต่ำสุด 5 สัปดาห์ใกล้ระดับ 0.5880 อีกครั้ง ตราบใดที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และความแตกต่างของนโยบายธนาคารกลางยังเป็นธีมหลักของตลาด
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets