การเมืองอังกฤษและประเด็นที่ตลาดจับตา
ในการเมืองอังกฤษ พรรคแรงงานแพ้เลือกตั้งซ่อมเขต Gorton และ Denton ให้พรรคกรีน ทั้งที่เคยครองที่นั่งในปี 2024 ทำให้เกิดความไม่แน่นอนก่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นเดือนพฤษภาคม ตลาดยังจับตาแถลงงบประมาณฤดูใบไม้ผลิของรัฐมนตรีคลัง Reeves และประมาณการใหม่จาก Office for Budget Responsibility (หน่วยงานอิสระของรัฐที่ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและการคลังของสหราชอาณาจักร) ในกราฟรายวัน GBP/USD ซื้อขายที่ 1.3409 โดยมีแนวต้านใกล้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 200 วัน (200-day EMA = ค่าเฉลี่ยราคาแบบให้น้ำหนักข้อมูลล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้ม) ที่ 1.3425 และระดับ 1.3520 กับ 1.3695 แนวรับอยู่ที่ 1.3350 ต่อด้วย 1.3250 และ 1.3150; ในกราฟรายสัปดาห์ แนวต้านอยู่แถว 1.3650 และ 1.37 โดยเส้น 200-week EMA อยู่ใกล้ 1.30 และอาจเสี่ยงลงไปโซน 1.31–1.30 หากหลุด 1.3250มุมมองที่เปลี่ยนไปในปี 2026
วันนี้ 3 มีนาคม 2026 สถานการณ์เปลี่ยนไป โดยราคาเคลื่อนไหวใกล้ 1.3550 ข้อมูลเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักรเดือนมกราคม 2026 อยู่ที่ 2.5% ใกล้เป้าหมายมากขึ้น แต่จุดสำคัญคือฝั่งสหรัฐฯ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (US Non-Farm Payrolls = จำนวนงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นในระบบ ยกเว้นภาคเกษตร ใช้วัดความแข็งแรงของตลาดแรงงาน) ออกมาต่ำกว่าคาดติดต่อกัน 2 เดือน ทำให้ตลาดเชื่อมากขึ้นว่าเฟด (Federal Reserve = ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะเริ่มลดดอกเบี้ยภายในฤดูร้อนนี้ ความต่างทิศทางของธนาคารกลาง (central bank divergence = นโยบายดอกเบี้ยของแต่ละประเทศไปคนละทาง) ที่เริ่มเป็นบวกต่อเงินปอนด์ บ่งชี้ว่าอาจใช้อนุพันธ์ (derivatives = สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน) เพื่อวางตำแหน่งรับโอกาสทดสอบแนวต้านเดิม การซื้อคอลออปชัน (call options = สิทธิในการ “ซื้อ” ที่ราคา/ระดับกำหนดในอนาคต) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price = ราคาที่กำหนดไว้ในสัญญาออปชัน) แถว 1.3600 ช่วยจำกัดความเสี่ยงไว้ได้ ขณะยังได้ประโยชน์หากราคาขึ้น กลยุทธ์นี้อาศัยมุมมองตลาดที่เปลี่ยนไป โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงไม่จำกัดเหมือนถือสถานะสปอตโดยตรง (spot position = ซื้อขายทันทีในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน) โดยเฉพาะคอลที่หมดอายุ (expiry = วันสิ้นสุดสัญญา) เดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 2026 น่าจะเหมาะสม โดยเล็งโซน 1.3650–1.3700 ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญ ความผันผวนโดยนัย (implied volatility = ความผันผวนที่ “ตลาดคาด” แล้วสะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) ยังอยู่ระดับปานกลางหลังการเคลื่อนไหวในกรอบของปี 2025 ทำให้ค่าเบี้ยออปชัน (option premiums = ต้นทุนที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน) ยังไม่แพง เป้าหมายคือทำกำไรจากการไต่ขึ้นต่อเนื่องเมื่อ ตลาดปรับมุมมองใหม่ต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ความเสี่ยงหลักคือ หากตลาดแรงงานอังกฤษแข็งแกร่งเกินคาด เพราะอัตราว่างงานปัจจุบันอยู่ที่ 4.4% ซึ่งอาจทำให้ BoE เข้มงวดมากขึ้น (hawkish = มีแนวโน้มคุมเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ย/คงดอกเบี้ยสูง) ต้องจับตาเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day moving average = ค่าเฉลี่ยราคา 50 วัน ใช้เป็นแนวรับ/แนวต้าน) ซึ่งเคยเป็นตัวชี้ทางในปี 2025 ในฐานะแนวรับสำคัญ หากหลุดลงมาชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่าแรงขาขึ้น (bullish momentum = แรงส่งฝั่งราคาเพิ่มขึ้น) กำลังอ่อนลง
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets